ความคืบหน้าคดี 'บอส อยู่วิทยา' หรือ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาคดีขับรถยนต์เฟอร์รารีชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต เมื่อปี 2555 ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2566 พนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้อง นายวรยุทธ ในข้อหาใหม่เพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้ศาลได้ออกหมายจับในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต
อัยการสั่งฟ้องข้อหา 'เสพยาเสพติด' และ 'ขับรถในขณะเมาสุรา'
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีคำสั่งฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา ในข้อหา 'เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี)' และ 'ขับรถในขณะเมาสุรา' เพิ่มเติมจากข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ซึ่งเป็นข้อหาเดิมที่ถูกดำเนินคดีอยู่ก่อนแล้ว
การสั่งฟ้องข้อหาใหม่นี้สืบเนื่องมาจากผลการตรวจสอบของพนักงานสอบสวนที่พบว่า ในการเกิดเหตุเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 นายวรยุทธ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และยังตรวจพบสารเสพติดในร่างกายอีกด้วย
ยื่นคำร้องขอออกหมายจับเพิ่มเติม
นอกจากนี้ อัยการยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาให้ออกหมายจับ นายวรยุทธ ในข้อหาใหม่ดังกล่าวด้วย เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี เนื่องจากที่ผ่านมา นายวรยุทธ เคยเดินทางออกนอกประเทศและไม่กลับมารายงานตัวตามกำหนดหลายครั้ง
ก่อนหน้านี้ ศาลได้ออกหมายจับ นายวรยุทธ ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต หลังจากที่เขาถูกส่งตัวกลับมาจากประเทศสิงคโปร์เมื่อปี 2560 โดยถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะได้รับการประกันตัวในชั้นศาล
ทนายความของบอส อยู่วิทยา เตรียมยื่นคัดค้าน
นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความของ นายวรยุทธ กล่าวว่า ทางทีมทนายความจะยื่นคัดค้านคำสั่งฟ้องข้อหาใหม่นี้ เนื่องจากเห็นว่าข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน และมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องพิจารณาอีกหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องผลการตรวจสารเสพติดและปริมาณแอลกอฮอล์ที่อาจมีการคลาดเคลื่อน
ทนายความยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ นายวรยุทธ ยังคงอยู่ในประเทศไทย และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนของกฎหมาย
ครอบครัวผู้เสียชีวิตเรียกร้องความเป็นธรรม
ด้านครอบครัวของ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้เสียชีวิต ยังคงเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่มีการเลือกปฏิบัติ
นางสาวกาญจนา กลั่นประเสริฐ ภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ครอบครัวยังคงติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด และหวังว่าศาลจะพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม เพื่อให้สามีของเธอได้รับความยุติธรรมในที่สุด
คดีนี้เป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีฐานะร่ำรวย ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นกรณีศึกษาของความไม่เท่าเทียมในการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย



