พ่อค้าหมูกระทะในซอยเพชรเกษม 48 ย่านบางแค เปิดเผยคลิปเสียงหลักฐานการสนทนากับตำรวจ ซึ่งอ้างว่าเป็นสายตรวจของ สน.บางแค เรียกเก็บเงินรายเดือน 3,000 บาท โดยอ้างว่าเป็น 'ค่าน้ำร้อน' หรือค่าคุ้มครอง พ่อค้ารายนี้เปิดเผยว่าถูกเรียกเก็บมานานกว่า 2 ปี รวมเป็นเงินกว่า 70,000 บาท โดยก่อนหน้านี้เคยถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งจากที่ไม่ยอมจ่ายส่วย
พ่อค้าเปิดคลิปเสียงแฉตำรวจเรียกเก็บส่วย
นายเอ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี เจ้าของร้านหมูกระทะในซอยเพชรเกษม 48 เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา เขาได้นำคลิปเสียงความยาวประมาณ 3 นาทีไปแจ้งความที่ สน.บางแค หลังถูกตำรวจชุดสืบสวนเรียกเก็บเงินรายเดือน ในคลิปเสียงมีการสนทนาระหว่างนายเอกับชายที่อ้างตัวเป็นตำรวจ โดยชายคนดังกล่าวบอกว่า 'เดี๋ยวนี้มัน 3,000 บาทนะ' และ 'ค่าน้ำร้อน' พร้อมกับขู่ว่าหากไม่จ่ายจะถูกดำเนินคดี
นายเอเล่าว่า เริ่มถูกเรียกเก็บเงินตั้งแต่เปิดร้านเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยช่วงแรกจ่ายเดือนละ 1,500 บาท ต่อมาปรับเป็น 2,000 บาท และล่าสุดเป็น 3,000 บาท เขาเคยพยายามปฏิเสธแต่ถูกข่มขู่ว่าจะถูกตรวจสอบและปิดร้าน จนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 เขาถูกแจ้งข้อหาบุกรุกที่ดิน ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งจากตำรวจกลุ่มนี้
ความเสียหายและผลกระทบ
นายเอเปิดเผยว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เขาจ่ายเงินให้ตำรวจกลุ่มนี้รวมกว่า 70,000 บาท ซึ่งเป็นภาระหนักสำหรับร้านเล็กๆ ของเขา นอกจากนี้ยังถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุก ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี เขากล่าวว่า 'ผมทนไม่ไหวแล้ว อยากให้สังคมได้รับรู้และช่วยตรวจสอบ'
ด้าน พ.ต.อ.ธีรพล งามขำ ผู้กำกับการ สน.บางแค กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว และอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงจะดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องแล้ว
ปฏิกิริยาจากสังคมและมาตรการป้องกัน
เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนในพื้นที่ หลายคนแสดงความคิดเห็นว่าการเรียกเก็บส่วยเป็นพฤติกรรมที่ทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจเสียหาย นายสมชาย (นามสมมติ) ชาวบ้านในซอยเพชรเกษม 48 กล่าวว่า 'มันไม่ถูกต้องเลย ตำรวจควรเป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ใช่มาข่มขู่เอาผลประโยชน์'
ด้าน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน และย้ำว่าไม่มีนโยบายให้ตำรวจเรียกเก็บส่วย หากพบการกระทำผิดจะลงโทษสถานหนัก พร้อมทั้งเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1599
ทั้งนี้ นายเอเปิดเผยว่า หลังจากนำคลิปเสียงไปแจ้งความ ยังไม่มีความคืบหน้า และยังรู้สึกไม่ปลอดภัย เนื่องจากยังมีกลุ่มคนไม่ทราบฝ่ายมาข่มขู่ที่ร้าน เขาจึงตัดสินใจเปิดเผยเรื่องราวผ่านสื่อเพื่อให้สาธารณชนรับรู้และกดดันให้ตำรวจดำเนินการอย่างจริงจัง



