ทรัมป์ยันสร้างกำแพงกั้นเม็กซิโกแม้ถูกประท้วง
ทรัมป์ยันสร้างกำแพงกั้นเม็กซิโกแม้ถูกประท้วง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ยืนยันจะเดินหน้าสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกต่อไป แม้จะถูกต่อต้านอย่างหนักจากทั้งรัฐสภาและประชาชนทั่วประเทศ โดยทรัมป์กล่าวผ่านทวิตเตอร์ว่า "เราจะสร้างกำแพง!" พร้อมย้ำว่าการสร้างกำแพงเป็นนโยบายสำคัญในการแก้ปัญหาการเข้าเมืองผิดกฎหมายและการค้ายาเสพติด

รัฐสภาปฏิเสธงบประมาณสร้างกำแพง

ก่อนหน้านี้ รัฐสภาสหรัฐฯ ซึ่งมีเสียงข้างมากจากพรรคเดโมแครต ได้ปฏิเสธการจัดสรรงบประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.8 แสนล้านบาท) ที่ทรัมป์ร้องขอเพื่อใช้ในการสร้างกำแพง ความขัดแย้งนี้ทำให้รัฐบาลกลางต้องปิดทำการบางส่วน (government shutdown) เป็นเวลาถึง 35 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

แม้จะผ่านพ้นวิกฤต shutdown ไปได้ด้วยการอนุมัติงบประมาณชั่วคราว แต่ทรัมป์ก็ยังคงเดินหน้ากดดัน โดยประกาศว่าจะใช้คำสั่งฝ่ายบริหาร (executive order) เพื่อเบิกจ่ายงบประมาณจากกองทุนอื่น รวมถึงการประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ (national emergency) เพื่อหลีกเลี่ยงการอนุมัติจากรัฐสภา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การประท้วงลุกลามทั่วประเทศ

นโยบายสร้างกำแพงของทรัมป์ถูกต่อต้านจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนและผู้อพยพ โดยมีการชุมนุมประท้วงในหลายเมืองใหญ่ เช่น วอชิงตัน ดี.ซี., นิวยอร์ก, ลอสแอนเจลิส และชิคาโก ผู้ประท้วงชูป้ายข้อความ "No Wall!" และ "Build Bridges, Not Walls" เพื่อแสดงจุดยืน

ด้านเม็กซิโกก็ยืนกรานว่าจะไม่จ่ายเงินค่ากำแพงตามที่ทรัมป์เคยกล่าวอ้าง โดยประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ระบุว่า "เม็กซิโกจะไม่มีวันจ่ายค่ากำแพงที่โหดร้ายนี้" พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ หันมาแก้ปัญหาที่ต้นเหตุของการอพยพ เช่น ความยากจนและความรุนแรงในประเทศแถบอเมริกากลาง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์สหรัฐฯ-เม็กซิโก

ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเพิ่มสูงขึ้น โดยเม็กซิโกได้ยกเลิกการประชุมทวิภาคีหลายครั้ง และเรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพอธิปไตยของตน นักวิเคราะห์มองว่าการสร้างกำแพงอาจส่งผลเสียต่อข้อตกลงการค้า USMCA (United States–Mexico–Canada Agreement) ที่เพิ่งลงนามเมื่อปี 2561

นอกจากนี้ องค์กรระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติ (UN) และองค์กรนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสร้างความแตกแยก

ทรัมป์เดินหน้ากลยุทธ์หาเสียง

การยืนกรานสร้างกำแพงของทรัมป์ยังถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2563 โดยเขาต้องการรักษาฐานเสียงผู้สนับสนุนที่ชื่นชอบนโยบายแข็งกร้าวต่อผู้อพยพ แม้จะมีความเห็นจากฝ่ายตรงข้ามว่ากำแพงไม่สามารถแก้ปัญหาการเข้าเมืองได้อย่างยั่งยืน และใช้งบประมาณมหาศาลเกินความจำเป็น

จนถึงขณะนี้ กำแพงชายแดนที่สร้างขึ้นในสมัยทรัมป์มีความยาวรวมประมาณ 100 ไมล์ (160 กิโลเมตร) จากแผนทั้งหมดกว่า 1,000 ไมล์ (1,600 กิโลเมตร) โดยส่วนใหญ่เป็นการซ่อมแซมหรือสร้างรั้วทดแทนของเดิมที่มีอยู่แล้ว