พรีเซนเตอร์สาวชื่อดังวัย 28 ปี เข้าแจ้งความกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังจากถูกมิจฉาชีพหลอกซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมผ่านเฟซบุ๊ก สูญเงินกว่า 600,000 บาท โดยมิจฉาชีพอ้างเป็นร้านขายกระเป๋ามือสองชื่อดังที่ปิดกิจการไปแล้ว
รายละเอียดการถูกหลอก
ผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา เธอได้เห็นโฆษณาขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองในราคาถูกบนเฟซบุ๊ก โดยเพจดังกล่าวใช้ชื่อและโลโก้คล้ายกับร้านขายกระเป๋ามือสองที่มีชื่อเสียงและปิดกิจการไปแล้ว ทำให้เธอหลงเชื่อและติดต่อซื้อกระเป๋ารุ่น限量 2 ใบ มูลค่า 650,000 บาท โดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารที่มิจฉาชีพระบุไว้
หลังจากโอนเงินแล้ว ผู้เสียหายไม่ได้รับสินค้าตามกำหนด และเมื่อพยายามติดต่อกลับก็ไม่สามารถติดต่อได้ เธอจึงตรวจสอบเพิ่มเติมและพบว่าเพจดังกล่าวเป็นเพจปลอมที่สร้างขึ้นมาใหม่ จึงตัดสินใจรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สส.อท.) เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน
สถิติคดีหลอกซื้อของออนไลน์
จากข้อมูลของกองบังคับการตำรวจจราจร ระบุว่า ในปี 2567 มีคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนมและสินค้าราคาแพงที่มักถูกใช้เป็นเหยื่อล่อ
พรีเซนเตอร์สาวกล่าวว่า “ฉันอยากให้ทุกคนระวังตัวมากขึ้น การซื้อของออนไลน์ต้องตรวจสอบให้ดี อย่าเชื่อเพียงชื่อร้านหรือโลโก้ เพราะมิจฉาชีพสามารถปลอมแปลงได้ง่ายมาก” เธอยังเสริมว่าหวังว่าคดีนี้จะเป็นบทเรียนให้กับผู้ที่คิดจะซื้อสินค้าราคาแพงทางออนไลน์
คำแนะนำจากตำรวจ
พ.ต.อ.หญิง สาวิตรี วงศ์ศรีชา รองผู้บังคับการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า “ขอให้ประชาชนตรวจสอบประวัติร้านค้า อ่านรีวิวจากผู้ซื้อจริง และหากเป็นไปได้ควรเลือกซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ เช่น Shopee, Lazada หรือเว็บไซต์ที่เป็นทางการของร้านค้านั้นๆ”
นอกจากนี้ ตำรวจยังแนะนำให้ผู้เสียหายรวบรวมหลักฐานการสนทนา หลักฐานการโอนเงิน และแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (www.thaipoliceonline.com) เพื่อให้ดำเนินการได้รวดเร็ว
การดำเนินคดี
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิด โดยตรวจสอบเส้นทางการเงินจากบัญชีธนาคารที่มิจฉาชีพใช้ และประสานงานกับธนาคารเพื่ออายัดบัญชีดังกล่าว คาดว่าจะสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ในเร็วๆ นี้
ผู้เสียหายกล่าวทิ้งท้ายว่า “แม้เงินจะไม่ใช่ทุกอย่าง แต่มันคือความไว้เนื้อเชื่อใจที่ถูกทำลาย ฉันหวังว่าคนร้ายจะถูกจับและไม่ไปหลอกใครอีก”



