กกต.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส. – ส.ว. ก่อนประกาศใช้
กกต.เปิดรับฟังความเห็นร่างกฎหมายลูก ส.ส.-ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกประกาศเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งเป็นกฎหมายลูกที่สำคัญต่อการจัดการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 โดยเปิดช่องให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียส่งข้อเสนอแนะได้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม ถึง 31 สิงหาคม 2566 ผ่านทางเว็บไซต์ของ กกต. และช่องทางอื่นที่กำหนด

รายละเอียดร่างกฎหมายลูก

ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีสาระสำคัญเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ โดยกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งคนละ 1 เสียง และเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่ออีกคนละ 1 เสียง รวม 2 เสียง ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติม ส่วนร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยที่มาของ ส.ว. กำหนดให้มีการเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพและกลุ่มสังคมต่างๆ โดย ส.ว. มาจากการเลือกตั้งระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ตามลำดับ

กระบวนการรับฟังความคิดเห็น

กกต. กำหนดให้ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดร่างกฎหมายทั้งสองฉบับได้จากเว็บไซต์ของ กกต. และส่งข้อเสนอแนะเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งระบุชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือส่งทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ law@ect.go.th ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะที่ได้รับจะถูกนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างกฎหมายก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐสภาต่อไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความสำคัญของกฎหมายลูก

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า กฎหมายลูกทั้งสองฉบับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเลือกตั้งให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อให้กฎหมายมีความสมบูรณ์และเป็นธรรมมากที่สุด โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการคำนวณส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และการกำหนดกลุ่มอาชีพของ ส.ว. ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้ กกต. คาดว่าหลังจากรับฟังความคิดเห็นและปรับปรุงร่างแล้ว จะเสนอ ครม. พิจารณาภายในเดือนกันยายน จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในสมัยประชุมหน้า ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จทันก่อนการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่มีกำหนดในปี 2567