กนง. มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อเนื่อง
กนง. มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อเนื่อง (10.07.2026)

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งที่ 4/2567 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2567 มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อปี โดยเป็นการคงดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน สอดคล้องกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้

เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการ กนง. เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัว 2.6% ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่การส่งออกเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นตามอุปสงค์ของประเทศคู่ค้า อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้าและต้นทุนที่สูงขึ้น

เงินเฟ้อทั่วไปยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย

กนง. ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2567 จะอยู่ที่ 0.6% และจะทยอยเพิ่มขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3% ในปี 2568 โดยมีปัจจัยจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐที่ทยอยหมดลง และความต้องการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ 0.5% ในปีนี้ และเพิ่มเป็น 0.9% ในปีหน้า

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นางสาวสุวรรณีกล่าวว่า “คณะกรรมการฯ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันยังสอดคล้องกับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและระบบการเงินในระยะยาว โดยต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงทั้งจากเศรษฐกิจโลกและในประเทศอย่างใกล้ชิด”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความเสี่ยงจากนโยบายการค้าโลก

กนง. ระบุว่า ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า ได้แก่ ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ โดยเฉพาะการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลกและการลงทุน รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ นอกจากนี้ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยกดดันการบริโภคในระยะยาว

การปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจชะลอเศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า การคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.50% สะท้อนว่า กนง. ต้องการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ยังคงต้องจับตาสัญญาณเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวรุนแรงกว่าคาด อาจมีการปรับลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปี