คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงผลการสอบสวนคดีทุจริตในโครงการของหน่วยงานภาครัฐจำนวน 106 คดี ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประเทศรวมกว่า 22,000 ล้านบาท โดยมีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 312 ราย ประกอบด้วยข้าราชการระดับสูง นักการเมืองท้องถิ่น และเอกชนที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดีทุจริตที่สำคัญ
ในจำนวนนี้ มีคดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างถนนและสะพานของกรมทางหลวงชนบท จำนวน 23 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 8,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุด รองลงมาเป็นโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 15 คดี มูลค่า 3,200 ล้านบาท และโครงการพัฒนาระบบน้ำประปาในพื้นที่ชนบทอีก 12 คดี มูลค่า 2,100 ล้านบาท
การดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง
นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า "จากการสอบสวนพบหลักฐานชัดเจนว่า การทุจริตส่วนใหญ่เกิดจากการสมรู้ร่วมคิดระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้รับเหมา โดยมีการฮั้วประมูลและกำหนดราคากลางที่สูงเกินจริง" โดย ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีแล้ว 89 คดี และอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมอีก 17 คดี
ผลกระทบต่องบประมาณแผ่นดิน
ความเสียหายที่เกิดขึ้นคิดเป็นร้อยละ 0.15 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังได้ออกข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงระบบการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะการนำระบบ e-bidding มาใช้อย่างเข้มงวดและการตรวจสอบราคากลางโดยหน่วยงานอิสระ
มาตรการป้องกันในอนาคต
ป.ป.ช. ระบุว่า จะเร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งประสานงานกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อตรวจสอบโครงการที่ยังมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะโครงการที่มีวงเงินเกิน 500 ล้านบาท ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการพิเศษก่อนอนุมัติ



