กนง.มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อเนื่อง
กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อเนื่อง (09.07.2026)

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อเนื่องในการประชุมวันที่ 16 ตุลาคม 2567 ตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยกรรมการ 5 ใน 6 คนลงคะแนนไม่ให้ปรับลดดอกเบี้ย ขณะที่อีก 1 คนเห็นควรปรับลด 0.25% สะท้อนถึงความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่สมบูรณ์

เหตุผลที่ กนง. คงดอกเบี้ย

นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการ กนง. เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อน โดยได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ และการส่งออกที่ชะลอตัวตามอุปสงค์โลกที่อ่อนแอ อย่างไรก็ดี การบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มสูงขึ้นเล็กน้อยจากราคาพลังงาน แต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 1-3%

ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม

กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากนโยบายการคลัง โดยเฉพาะโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่อาจกระตุ้นการใช้จ่ายเกินตัวและสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะยาว รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และชาติตะวันตกที่อาจกระทบการส่งออกของไทย นอกจากนี้ ยังต้องจับตาสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการบริโภคในระยะยาว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบาย

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า กนง. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ไปจนถึงสิ้นปี 2567 ก่อนที่จะมีโอกาสปรับลดลงในปี 2568 หากเศรษฐกิจฟื้นตัวต่ำกว่าคาด และเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัวมากเกินไป อาจทำให้ กนง. ต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้นานขึ้นเพื่อควบคุมแรงกดดันเงินเฟ้อ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

การคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและประชาชนยังคงสูง ซึ่งอาจกดดันการลงทุนและการบริโภคในระยะสั้น อย่างไรก็ดี มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ เช่น การพักชำระหนี้และการปรับโครงสร้างหนี้ อาจช่วยบรรเทาผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อย ขณะที่ตลาดหุ้นไทยตอบรับเชิงบวกเล็กน้อย โดยดัชนี SET ปรับตัวขึ้น 0.2% หลังประกาศผลการประชุม