ราคาทองคำปรับตัวลดลง 1% ในวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2567 เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าคาด ส่งผลให้ทองคำมีแนวโน้มปรับตัวลงเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 4 สัปดาห์
ปัจจัยกดดันราคาทองคำ
สัญญาทองคำล่วงหน้าตลาด COMEX ส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 21.40 ดอลลาร์ หรือ 0.9% ปิดที่ 2,329.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำ spot ลดลง 1% สู่ระดับ 2,326.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 13:30 น. ตามเวลาตะวันออก
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ปรับตัวขึ้น 0.3% สู่ระดับ 105.50 ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ เนื่องจากทองคำมีราคาเป็นดอลลาร์ ทำให้เมื่อดอลลาร์แข็งค่า ทองคำจะแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
นักวิเคราะห์จาก TD Securities กล่าวว่า "ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะตลาดแรงงานและภาคการผลิต สร้างแรงกดดันต่อทองคำ เนื่องจากเพิ่มความคาดหวังว่าเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยสูงต่อไป"
ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดค้าปลีกเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 0.1% ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพฤษภาคมลดลง 0.2% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดว่าจะทรงตัว
นอกจากนี้ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 5,000 ราย สู่ 242,000 ราย ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ 250,000 ราย สะท้อนตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง
ข้อมูลเหล่านี้หนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้ทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยเสียเปรียบ
แนวโน้มราคาทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลงประมาณ 1.5% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์ครั้งแรกในรอบ 4 สัปดาห์ หลังจากที่ราคาทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์จาก Commerzbank กล่าวว่า "การแข็งค่าของดอลลาร์และความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่กดดันทองคำในระยะสั้น แต่แนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นบวกจากการซื้อของธนาคารกลางและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์"
นักลงทุนจับตาการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% พร้อมติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ย



