ผลการศึกษาล่าสุดจากมหาวิทยาลัยชิคาโกชี้ให้เห็นว่าการนอนหลับไม่เพียงพอเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญ โดยทีมนักวิจัยได้ติดตามพฤติกรรมการนอนของอาสาสมัครจำนวนกว่า 2,000 คนเป็นระยะเวลา 5 ปี และพบว่าผู้ที่นอนหลับน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืนมีโอกาสเกิดโรคหัวใจสูงขึ้นถึง 30% และเสี่ยงต่อเบาหวานเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับผู้ที่นอนหลับ 7-8 ชั่วโมง
กลไกการเกิดโรคจากการอดนอน
ดร.เอริน ฮานลอน หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโก กล่าวว่า "การนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น ซึ่งนำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของโรคหัวใจและเบาหวาน" การศึกษานี้ยังพบว่าผู้ที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น 15% และความดันโลหิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5 มิลลิเมตรปรอท
ผลกระทบต่อระบบเผาผลาญ
นอกจากนี้ การอดนอนยังรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเลปตินและเกรลิน ซึ่งควบคุมความอยากอาหาร ส่งผลให้ผู้ที่นอนไม่พอมีแนวโน้มรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงมากขึ้น โดยงานวิจัยพบว่าผู้ที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงบริโภคแคลอรีเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 385 กิโลแคลอรีต่อวัน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่นอนหลับเพียงพอ
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
ศ.นพ.สมชาย วงศ์วัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การนอนหลับ กล่าวว่า "การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ควรนอนให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน และรักษาเวลาเข้านอนให้สม่ำเสมอ" นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอก่อนนอน และจัดสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้มืดและเงียบ
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าโรคหัวใจและเบาหวานเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นของโลก โดยมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจปีละประมาณ 17.9 ล้านคน และจากเบาหวานปีละ 1.6 ล้านคน การปรับพฤติกรรมการนอนจึงเป็นวิธีป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า



