เด็กเผือกเกิดจากอะไร? สาเหตุ วิธีดูแล และการป้องกันภาวะแทรกซ้อน
เด็กเผือก: สาเหตุ วิธีดูแล และป้องกันภาวะแทรกซ้อน

เด็กเผือกเป็นกลุ่มอาการผิดปกติที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนด้อย สาเหตุหลักมาจากการขาดเอนไซม์ไทโรซีเนส ซึ่งมีหน้าที่เปลี่ยนไทโรซินให้เป็นเม็ดสีเมลานินที่กำหนดสีผม ผิวหนัง และดวงตา เมื่อขาดเอนไซม์นี้ ร่างกายจึงไม่สามารถสร้างเม็ดสีได้ตามปกติ ส่งผลให้เด็กมีผมสีขาวหรือเหลือง ผิวสีอ่อน และดวงตาสีเทา แทนที่จะเป็นสีดำเหมือนคนไทยทั่วไป

ประเภทของเด็กเผือก

เด็กเผือกแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มตามลักษณะอาการ:

  • เด็กเผือกสมบูรณ์แบบ: มีทั้งตัวตั้งแต่เส้นผม ผิวหนัง และดวงตา แบ่งเป็นกลุ่มที่ไม่มีเอนไซม์ไทโรซีเนสเลย ทำให้ขาวตลอดชีวิต และกลุ่มที่มีเอนไซม์บ้าง ทำให้เมื่ออายุมากขึ้นผิวอาจเข้มขึ้นเล็กน้อย ผมเปลี่ยนเป็นสีบรอนซ์
  • เด็กเผือกชนิดตาอย่างเดียว (Ocular albinism): อาการเกิดขึ้นเฉพาะที่ตา เนื่องจากไม่มีเม็ดสี ทำให้ตากลัวแสง มองเห็นไม่ชัด และในรายที่รุนแรงอาจสูญเสียการมองเห็นได้ เกิดจากการถ่ายทอดทางยีนเอ็กซ์ พบเฉพาะในเด็กผู้ชาย
  • Hermansky-Pudlak syndrome: เด็กเผือกที่มีเลือดออกง่ายและหยุดยาก เกิดจากความผิดปกติของยีนที่ควบคุมเม็ดสีและเกร็ดเลือด พบได้ไม่บ่อย มักเกิดจากการแต่งงานในเครือญาติ เด็กกลุ่มนี้นอกจากเลือดออกง่ายแล้ว อาจมีพังผืดในปอด ทำให้หายใจไม่สะดวก หรือมีปัญหาในระบบทางเดินอาหาร

สาเหตุและโอกาสเกิด

ถึงแม้คนในครอบครัวไม่มีประวัติเป็นโรคนี้ เด็กก็มีโอกาสเป็นเด็กเผือกได้ เนื่องจากโรคนี้ถ่ายทอดแบบยีนด้อย ซึ่งอาจข้ามหลายชั่วอายุคน หากทั้งพ่อและแม่มียีนด้อยของโรคนี้ ลูกที่เกิดมามีโอกาส 25% ที่จะเป็นเด็กเผือก ปัจจุบันการตรวจยีนสามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ ควรปรึกษาแพทย์ทางพันธุกรรมเพื่อวางแผนการรักษาและป้องกัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วิธีดูแลเด็กเผือก

การดูแลเด็กเผือกต้องให้ความสำคัญกับสามด้านหลัก:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การดูแลผิวหนัง

เนื่องจากเมลานินทำหน้าที่ป้องกันรังสียูวี เด็กเผือกจึงต้องระมัดระวังแสงแดดอย่างมาก ควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หมวก และทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 10.00-14.00 น. หากปล่อยให้ถูกแดดแรงเป็นเวลานาน ผิวหนังจะถูกทำลายและเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในเด็กเผือก ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งผิวหนังเป็นระยะ

การดูแลดวงตา

เด็กเผือกมักมีปัญหาเกี่ยวกับสายตา เช่น ตากลัวแสง มองเห็นไม่ชัด คล้ายสายตาสั้น ควรสวมแว่นกันแดดทุกครั้งที่ออกแดด และพบจักษุแพทย์ตั้งแต่อายุ 4-6 เดือน ติดตามทุก 3-4 เดือนในช่วง 2 ปีแรก จากนั้นทุก 6-12 เดือน เพื่อตรวจคัดกรองความผิดปกติ

การดูแลด้านจิตใจ

พ่อแม่ไม่ควรทำให้ลูกรู้สึกแปลกแยก ควรขอความร่วมมือครูให้ดูแลอย่างใกล้ชิด ป้องกันการถูกล้อเลียนที่จะทำให้เกิดปมด้อย การสร้างความมั่นใจและสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนจะช่วยให้เด็กเผือกสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กทั่วไป

ตามข้อมูลจากโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อาการของเด็กเผือกไม่ได้ร้ายแรงเสมอไป ขึ้นอยู่กับชนิดที่เป็น พ่อแม่ควรตั้งใจดูแลและป้องกันอย่างเหมาะสม ลูกจะสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ