Honda City 2026 Big Minorchange ราคาเริ่ม 5.69 แสน ไฮบริด e:HEV สู้รถจีน
Honda City 2026 Big Minorchange ราคาเริ่ม 5.69 แสน ไฮบริดสู้รถจีน

ฮอนด้า ประเทศไทย เปิดตัว Honda City Big Minorchange (2026) อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศราคาที่เริ่มต้น 569,000 บาท สำหรับรุ่น Turbo S และ 619,000 บาท สำหรับรุ่น e:HEV V โดยใช้กลยุทธ์ลดราคารุ่นเริ่มต้นและดันระบบไฮบริด e:HEV เป็นรุ่นหลัก เพื่อต่อสู้กับรถยนต์สัญชาติจีนในตลาด B-Segment และซิตี้คาร์

ข้อดีของ Honda City 2026: จุดขายที่ทุบตลาดรถไฟฟ้าจีน

ข้อได้เปรียบหลักของ New Honda City Big Minorchange คือระบบไฮบริด e:HEV ที่ประหยัดน้ำมันจริง แม้ขับด้วยความเร็วสูงยังกินน้ำมันเพียง 16-17 กิโลเมตรต่อลิตร ในขณะที่รถ REEV หรือ PHEV เมื่อขับเร็วจะสิ้นเปลืองถึง 10.5 กิโลเมตรต่อลิตร รุ่น e:HEV V ราคา 619,000 บาท ถือเป็นจุดขายสำคัญที่ทำให้ส่วนต่างราคาระหว่างเครื่องไฮบริดและเครื่องสันดาปแคบลง ดึงดูดลูกค้าที่ลังเลรถไฟฟ้าจีนราคา 5-6 แสนบาท ให้หันกลับมามองรถแบรนด์ญี่ปุ่นที่ประหยัดน้ำมันระดับ 27.8 กม./ลิตร โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จหรือราคาขายต่อ

ระบบความปลอดภัย Honda SENSING มีให้ตั้งแต่รุ่นต่ำสุด Turbo S ราคา 569,000 บาท พร้อมฟังก์ชัน 6 ระบบ เช่น ระบบเบรกอัตโนมัติ CMBS, ระบบช่วยควบคุมรถในช่องทาง LKAS, ระบบเตือนออกนอกเลน RDM with LDM และระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ ACC ถือเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ไม่เคยมีในรถระดับนี้มาก่อน ซึ่งในอดีตมักมีเพียงถุงลมและเบรก ABS

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รุ่น e:HEV ทั้ง 3 รุ่นย่อย (V, SV, RS) ติดตั้งดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Brake Hold เป็นมาตรฐาน แก้ไขจุดอ่อนดรัมเบรกหลังในรุ่นเก่า หน้าจอสัมผัส Floating Screen ขนาด 10 นิ้วในรุ่น SV และ RS รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (MVCS) และมีปุ่มกดและลูกบิดแอร์แยกชัดเจน ใช้งานง่าย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อเสียของ Honda City 2026: จุดอ่อนที่ต้องพิจารณา

การตัดรุ่นเทอร์โบยอดนิยมเดิมอย่าง Turbo V และ SV ทิ้งไป เหลือเพียงรุ่นล่างสุด Turbo S ที่มาพร้อมเบาะผ้า แอร์มือหมุน และล้อ 15 นิ้ว ทำให้ลูกค้าที่ต้องการออพชันดีๆ แต่ยังรักเครื่องเทอร์โบ ไม่มีทางเลือก ต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบไฮบริด e:HEV แทน

ช่วงล่างหลังยังคงเป็นทอร์ชันบีม แม้จะปรับเซ็ตค่าสปริงและโช้คอัพใหม่เพื่อรองรับน้ำหนักระบบไฮบริด แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนเป็นมัลติลิงก์เหมือนรถจีนราคา 5-6 แสนบาท เช่น NEVO Q05 ซึ่งมีข้อจำกัดในการซับแรงกระแทกและความนิ่งที่ความเร็วสูง

รุ่นเริ่มต้น Turbo S ยังคงใช้ดรัมเบรกหลังและเบรกมือแบบก้านดึง แม้จะมี Honda SENSING มาให้ ถือเป็นความย้อนแย้งในการจัดออพชัน วัสดุเก็บเสียงและการประกอบยังคงเป็นจุดอ่อนของค่ายฮอนด้า โดยเฉพาะเสียงรบกวนจากภายนอกและเสียงลมที่ซึมเข้าห้องโดยสารเมื่อวิ่งทางไกล แม้จะมีการปรับปรุงพาร์ทซับเสียง แต่โครงสร้างตัวถังหลักยังคงเดิม

ดีไซน์ภายนอกและภายในของ Honda City Big Minorchange (2026)

การปรับโฉมครั้งใหญ่หรือ Big Minorchange ประจำปี 2026 เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ ไฟหน้า LED ทุกรุ่นย่อย พร้อม Connecting Light แถบไฟวิ่งยาวเต็มความกว้างตัวรถ เชื่อมต่อไฟหน้าสองฝั่ง ด้านหลังปรับไฟท้ายแบบ Clear-lens LED Taillights ให้ความรู้สึกสปอร์ต รุ่น RS มีพาร์ทกันชนท้ายและสปอยเลอร์หลังสีดำเงา ภายในห้องโดยสารมีหน้าจอกลาง Floating Screen ขนาด 10 นิ้วในรุ่น SV และ RS รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย เพิ่มไฟ Ambient Light และกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ รวมถึงแท่นชาร์จไร้สายในรุ่นท็อป

มิติตัวถังและเครื่องยนต์ของ Honda City 2026

ขนาดตัวถังซีดานยาว 4,553 มม. กว้าง 1,748 มม. สูง 1,467 มม. ฐานล้อ 2,589 มม. ความสูงจากพื้น 135 มม. ถังน้ำมัน 40 ลิตร น้ำหนักตัวรถ 1,144-1,237 กก. ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและระบบขับเคลื่อน เครื่องยนต์ไฮบริด 1.5 ลิตร e:HEV 4 สูบ Atkinson Cycle ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังรวม 109 แรงม้า แรงบิด 253 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion 1.0 kWh เกียร์ e-CVT อัตราสิ้นเปลือง 27-28 กม./ลิตร ปล่อย CO2 85 กรัม/กม. เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC Turbo 3 สูบ 122 แรงม้า แรงบิด 173 นิวตันเมตร เกียร์ CVT มีเฉพาะรุ่น S

ช่วงล่างและระบบเบรกของ Honda City 2026

ด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชันบีม ปรับเซ็ตค่าสปริงและโช้คอัพใหม่เพื่อรองรับน้ำหนักรุ่น e:HEV ล้อและยาง: Turbo S ล้ออัลลอย 15 นิ้ว ยาง 185/60 R15, รุ่น e:HEV V/SV/RS ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ปัดเงาทูโทน ยาง 185/60 R16, รุ่น RS ล้อสีดำ Berlina Black ระบบเบรก: Turbo S ดิสก์หน้าดรัมหลัง เบรกมือก้านดึง, e:HEV ทั้ง 3 รุ่น ดิสก์เบรก 4 ล้อ เบรกมือไฟฟ้า EPB และ Auto Brake Hold

ราคาอย่างเป็นทางการ Honda City Big Minorchange (2026)

ฮอนด้าใช้กลยุทธ์อัดส่วนลดพิเศษช่วงเปิดตัว 30,000 บาท ราคาดังกล่าวรวมส่วนลดแล้ว ทั้งตัวถังซีดานและแฮทช์แบ็ก โดยรุ่น 5 ประตูแพงกว่ารุ่นซีดาน 10,000 บาท ราคาตัวถังซีดาน: 1.0 Turbo S CVT 569,000 บาท, 1.5 e:HEV V 619,000 บาท, 1.5 e:HEV SV 689,000 บาท, 1.5 e:HEV RS 739,000 บาท ราคาตัวถังแฮทช์แบ็ก: 1.0 Turbo S CVT 579,000 บาท, 1.5 e:HEV V 629,000 บาท, 1.5 e:HEV SV 699,000 บาท, 1.5 e:HEV RS 749,000 บาท

ระบบความปลอดภัย Honda SENSING ครบทุกรุ่น

Honda SENSING 6 ฟังก์ชันหลักเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่รุ่นต่ำสุด Turbo S ได้แก่ ระบบเบรกอัตโนมัติ CMBS, ระบบช่วยควบคุมรถในช่องทาง LKAS, ระบบเตือนออกนอกเลน RDM with LDM และระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ ACC รุ่น e:HEV SV และ RS ได้ ACC แบบมี Low-Speed Follow (LSF) และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา MVCS

การเปิดตัว Honda City Big Minorchange (2026) ครั้งนี้ สะท้อนกลยุทธ์ของฮอนด้าที่ต้องการสกัดรถไฟฟ้าจีนด้วยการลดราคาและเพิ่มออพชัน โดยเฉพาะรุ่น e:HEV V ราคา 619,000 บาท ที่เน้นความประหยัดแบบไฮบริดไม่ต้องพึ่งตู้ชาร์จ พร้อมระบบความปลอดภัยล้นคันและดิสก์เบรก 4 ล้อ เพื่อดึงดูดลูกค้าที่ยังลังเลกับรถยนต์ไฟฟ้า 100%