ศาล รธน. ตีตกคำร้องปมสถานภาพนายกฯ เศรษฐา ปมแต่งตั้งพิชิต
ศาล รธน. ตีตกคำร้องปมสถานภาพนายกฯ เศรษฐา

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง ไม่รับคำร้องที่ขอให้วินิจฉัยสถานภาพความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่เข้าข่ายต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (7) ซึ่งกำหนดว่าผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

รายละเอียดคำร้องและเหตุผลของศาล

คำร้องดังกล่าวถูกยื่นโดยนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความและอดีตสมาชิกวุฒิสภา โดยอ้างว่านายพิชิตเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกในคดีหมิ่นประมาท ซึ่งถือเป็นความผิดที่ส่งผลต่อความซื่อสัตย์สุจริต และการที่เศรษฐาแต่งตั้งพิชิตจึงอาจขัดต่อมาตรา 160 (7) และทำให้สถานภาพนายกฯ สิ้นสุดลงตามมาตรา 170 (5) อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าคำร้องไม่ชัดเจนเพียงพอ และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่แสดงว่านายพิชิตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

มติเอกฉันท์และข้อสังเกตเพิ่มเติม

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา โดยให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าการกระทำของนายพิชิตที่ถูกอ้างถึงนั้นเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะดำรงตำแหน่ง และไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรี นอกจากนี้ ศาลยังชี้ว่าคำร้องไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 ที่กำหนดให้ผู้ร้องต้องระบุพฤติการณ์ที่ชัดเจนและมีมูล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อสถานะทางการเมือง

การตัดสินครั้งนี้ทำให้สถานภาพของนายกฯ เศรษฐายังคงอยู่ต่อไป โดยไม่ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ร้องอาจต้องหาหนทางอื่นในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าคำวินิจฉัยนี้จะช่วยลดความผันผวนทางการเมืองและเปิดทางให้รัฐบาลเดินหน้านโยบายต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง