ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคประชาชน กรณีมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 92 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 และมาตรา 93
รายละเอียดคำร้อง
กกต. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2567 โดยระบุว่าพรรคประชาชนมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ผ่านการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองและการแสดงออกของแกนนำพรรคหลายครั้ง ซึ่งรวมถึงการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์
ศาลรัฐธรรมนูญได้ตรวจสอบคำร้องและพยานหลักฐานเบื้องต้นแล้วเห็นว่าคำร้องมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณา โดยมีคำสั่งให้พรรคประชาชนยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับสำเนาคำร้อง ซึ่งคาดว่าพรรคจะได้รับสำเนาภายในวันที่ 20 ตุลาคมนี้
ปฏิกิริยาจากพรรคประชาชน
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวว่า พรรคพร้อมที่จะชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมด และยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีนโยบายหรือการกระทำใดๆ ที่เป็นการล้มล้างการปกครอง "เราจะใช้สิทธิ์ในการชี้แจงตามกระบวนการยุติธรรม และเชื่อว่าศาลจะพิจารณาด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม"
ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเพิ่มเติมว่า การยุบพรรคเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่รัฐบาลใช้กำจัดฝ่ายตรงข้าม และเรียกร้องให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ผลกระทบทางการเมือง
การรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้สร้างความกังวลในแวดวงการเมือง เนื่องจากพรรคประชาชนเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักที่มีจำนวน ส.ส. มากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร หากศาลมีคำสั่งยุบพรรค จะส่งผลให้ ส.ส. ของพรรคต้องย้ายไปสังกัดพรรคอื่นภายใน 60 วัน มิฉะนั้นจะเสียสถานภาพ ส.ส.
นักวิเคราะห์มองว่าคดีนี้มีความคล้ายคลึงกับคดียุบพรรคก้าวไกลเมื่อปี 2567 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคในข้อหาล้มล้างการปกครองเช่นกัน โดยคดีดังกล่าวนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโผทางการเมืองครั้งใหญ่
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนครั้งแรกในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 โดยคาดว่าคดีจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 3-4 เดือน ก่อนจะมีคำวินิจฉัย



