ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) รายงานความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยระหว่างวันที่ 22-26 มิถุนายน 2569 ว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าผ่านระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนฟื้นตัวบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปิดลบจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติและความกังวลต่อสถานการณ์ต่างประเทศ
บาทอ่อนทะลุ 33 บาท แตะต่ำสุดรอบ 13 เดือน
เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ สวนทางกับดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าจากแรงหนุนของตลาดที่รอติดตามความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน การอ่อนค่าของเงินบาทสอดคล้องกับจังหวะขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก รวมถึงแรงขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ โดยมีรายการ Big Lot หุ้นเฉพาะรายในกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค
ในช่วงกลางสัปดาห์ เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 13 เดือนที่ 33.48 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ หลังตัวเลขเงินเฟ้อ PCE และ Core PCE เดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ ออกมาตามที่ตลาดคาด
เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมหลังผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% พร้อมส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสม ทำให้ตลาดมองว่ากนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569
อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายสัปดาห์เงินบาทฟื้นตัวแข็งค่ากลับมาได้บางส่วน ตามกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทย
กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 29 มิ.ย.-3 ก.ค. 2569
ธนาคารกสิกรไทย (KBank) คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนพฤษภาคมของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ข้อมูลตลาดแรงงาน ดัชนี PMI และ ISM ภาคการผลิตเดือนมิถุนายนของสหรัฐฯ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนของยูโรโซน รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ
หุ้นไทยผันผวน ปิดลบจากแรงขายต่างชาติ
ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนตลอดทั้งสัปดาห์ ก่อนปิดลบในช่วงท้ายสัปดาห์ ในช่วงแรก ดัชนีปรับตัวขึ้นจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มธนาคาร แต่ถูกจำกัดจากแรงขาย Big Lot หุ้นของบริษัทพลังงานรายใหญ่แห่งหนึ่ง หลังจากนั้นดัชนีร่วงลงแรงตามแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ถูกกดดันจากกระแสเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ส่งผลให้หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวลงนำตลาด
ระหว่างสัปดาห์ ดัชนีทยอยฟื้นตัวจากรายงานข่าวเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมถึงผลการประชุมกนง. ที่ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยปี 2569 เป็น 2.3% จากเดิม 1.5% ซึ่งช่วยกระตุ้นแรงซื้อคืนในหุ้นหลายกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายสัปดาห์ ดัชนีกลับมาปรับตัวลงอีกครั้งจากแรงขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ รายงานข่าวเกี่ยวกับเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวได้ไม่นาน ยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุน
แนวรับ-แนวต้านหุ้นไทยสัปดาห์หน้า
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย (KSecurities) ประเมินแนวรับดัชนีไว้ที่ 1,535 และ 1,520 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,565 และ 1,575 จุด โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ข้อมูลตลาดแรงงาน ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิถุนายนของยูโรโซน ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ



