ราคาทองคำในประเทศทะยานแตะ 44,000 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์
วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2568) ราคาทองคำในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่ 43,850 บาท ขายออกที่ 43,950 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อ 43,062 บาท ขายออก 44,450 บาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการซื้อขายทองคำในประเทศ
ปัจจัยหนุนจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ และความกังวลเศรษฐกิจโลก
นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์จากบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ราคาทองคำที่พุ่งขึ้นครั้งนี้ได้รับปัจจัยหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาดการณ์ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.9% ส่งผลให้นักลงทุนแห่ซื้อทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะในจีนและยุโรป ยังเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ทองคำมีราคาพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อนักลงทุนและผู้บริโภค
การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อทั้งนักลงทุนและผู้บริโภค ผู้ที่ถือทองคำอยู่แล้วได้รับผลกำไรจำนวนมาก ขณะที่ผู้ที่ต้องการซื้อทองคำใหม่ต้องใช้เงินสูงขึ้นมาก นายกิตติคุณกล่าวว่า "นักลงทุนที่ถือทองคำไว้ตั้งแต่ต้นปีได้รับผลตอบแทนแล้วกว่า 10% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น"
ส่วนผู้บริโภคที่ต้องการซื้อทองรูปพรรณเพื่อใช้ในโอกาสต่างๆ เช่น งานแต่งงาน หรือเป็นของขวัญ อาจต้องชะลอการซื้อออกไปก่อน เนื่องจากราคาที่สูงเกินไป
แนวโน้มราคาทองคำในระยะต่อไป
นักวิเคราะห์คาดว่าราคาทองคำอาจยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 44,500 บาท และ 45,000 บาท อย่างไรก็ตาม หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก อาจทำให้ราคาทองคำชะลอตัวลงได้
"นักลงทุนควรติดตามการประชุมเฟดในเดือนมีนาคมนี้อย่างใกล้ชิด เพราะหากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย จะกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลง" นายกิตติคุณกล่าวทิ้งท้าย



