หุ้นไทยร่วงหนักกังวลนโยบายทรัมป์และเงินเฟ้อ
หุ้นไทยร่วงหนักกังวลนโยบายทรัมป์และเงินเฟ้อ

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันที่ 1 เมษายน 2568 โดยปิดที่ระดับ 1,180.50 จุด ลดลง 22.30 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 1.85 จากวันก่อนหน้า มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 4.5 หมื่นล้านบาท นักวิเคราะห์ชี้ว่าสาเหตุหลักมาจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

ปัจจัยกดดันจากนโยบายทรัมป์

นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด กล่าวว่า “นโยบายการค้าของทรัมป์ที่เน้นการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการขึ้นภาษีสินค้านำเข้า สร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดการเงินทั่วโลก รวมถึงไทยซึ่งพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก” นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติม เนื่องจากอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ชะลอการลดดอกเบี้ย ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ

หุ้นในกลุ่มส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ปรับตัวลงนำตลาด อาทิ หุ้นเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA) ลดลงร้อยละ 3.5 หุ้นฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส์ (HANA) ลดลงร้อยละ 2.8 ส่วนกลุ่มพลังงานและธนาคารก็ปรับตัวลงตาม sentiment เชิงลบ โดยหุ้นปตท. (PTT) ลดลงร้อยละ 1.2 และหุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) ลดลงร้อยละ 1.5

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มระยะสั้น

นักวิเคราะห์คาดว่าดัชนี SET อาจยังคงผันผวนในระยะสั้น โดยมีแนวรับที่ 1,170 จุด และแนวต้านที่ 1,200 จุด ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามคือการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคม และความคืบหน้าของนโยบายการค้าสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแรงและจ่ายปันผลสม่ำเสมออาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในภาวะผันผวน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว