นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.26 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.31 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นในลักษณะ Sideways Down ในกรอบ 33.14-33.33 บาทต่อดอลลาร์ ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ที่มาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ
ยอดจ้างงานสหรัฐต่ำกว่าคาด กดดันดอลลาร์
สาเหตุหลักมาจากยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) เดือนมิถุนายนที่เพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ราย ลดลงจากเดือนก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 100,000 ราย ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) โดยล่าสุดตลาดมองว่า FED มีโอกาสเพียง 21% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้งในปีนี้
ตลาดหุ้นสหรัฐผันผวน แรงขายหุ้นเทคกดดัน
ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐจากแรงเทขายหุ้นเทคฯ ธีม AI/Semiconductor เช่น Sandisk -14.1% และ Micron -5.5% ยังคงช่วยพยุงเงินดอลลาร์ไว้บ้าง และจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำไว้ที่โซน 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Defensive โดยเฉพาะ Healthcare และสินค้าอุปโภคบริโภค ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปิดตลาดทรงตัว ส่วน Nasdaq ปรับตัวลง 0.80%
บอนด์ยีลด์สหรัฐผันผวนตามมุมมองดอกเบี้ย
บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบ 4.45%-4.50% ก่อนจะย่อลงเล็กน้อยมาที่ 4.48% ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED โดยนายพูนระบุว่า ความเสี่ยง Two-way Risk ของบอนด์ยีลด์ยังคงอยู่ ขึ้นอยู่กับพัฒนาการในตะวันออกกลางและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ
ดอลลาร์อ่อนค่า ทองคำกลับมาเหนือ 4,100 ดอลลาร์
ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงสู่โซน 100.9 จุด แกว่งตัวที่ 100.5-101.2 จุด ขณะที่ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. 2026) ได้รับแรงหนุนจากมุมมองที่ลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ย แต่ยังถูกกดดันจากแรงขายหุ้น AI/Semiconductor ทำให้ไม่สามารถทะลุ 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ชัดเจน
แนวโน้มค่าเงินบาท: Two-way risk ระยะสั้น
นายพูนคงมุมมองว่าเงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในระยะสั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการเปิดช่องแคบ Hormuz แนะนำให้ผู้เล่นใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Options จนกว่าเงินบาทจะแข็งค่าทะลุแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ในรายสัปดาห์ หรือ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ในรายวัน จึงจะปรับมุมมองเป็นแนวโน้มแข็งค่า
กรอบเงินบาทและกลยุทธ์จากทีทีบี
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 33.25 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิด 33.32 บาทต่อดอลลาร์ โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดที่ 114,000 ตำแหน่ง ตามข้อมูลของสำนักสถิติแรงงานสหรัฐ โดยการจ้างงานในภาคที่พักและบริการอาหารลดลง 55,000 ตำแหน่ง ซึ่งน่าสังเกตในช่วงฟุตบอลโลก FIFA และวันประกาศอิสรภาพ 4 กรกฎาคม อัตราการว่างงานลดลงเล็กน้อยมาที่ 4.2% เทียบกับคาด 4.3% ดัชนี US Dollar Index ลดลงมาที่ 100.74 ขณะที่ราคาทองคำกลับมาซื้อขายเหนือ 4,100 ดอลลาร์อีกครั้ง
กรอบค่าเงินวันนี้และสถานะนักลงทุนต่างชาติ
ทีทีบีคาดกรอบเงินบาทวันที่ 33.10-33.40 บาทต่อดอลลาร์ แนะนำทยอยซื้อที่ 33.10 ขายที่ 33.40 สำหรับ EUR/THB กรอบ 37.70-38.10 แนะนำทยอยซื้อ 37.70 ขาย 38.10 JPY/THB กรอบ 0.2050-0.2080 แนะนำทยอยขาย 0.2080 ส่วนสถานะพอร์ตนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 8,560 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 2,797 ล้านบาท



