องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่าจำนวนผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าภายใน 20 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยประมาณ 55 ล้านคน และจะพุ่งสูงถึง 139 ล้านคนในปี 2593 สาเหตุหลักมาจากการที่ประชากรโลกมีอายุยืนยาวขึ้น ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน
ผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมเสี่ยงสูง 6 เท่า
งานวิจัยชี้ว่าผู้ที่ดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมอย่างใกล้ชิดมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้สูงกว่าคนทั่วไปถึง 6 เท่า เนื่องจากความเครียดสะสม การอดนอน และการละเลยสุขภาพของตนเอง นายแพทย์ธีรวุฒิ แก้ววิเชียร ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา กล่าวว่า "ผู้ดูแลมักทุ่มเทให้ผู้ป่วยจนลืมดูแลตัวเอง ทำให้เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและโรคเรื้อรัง ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสมองเสื่อมตามมา"
สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต
อาการเริ่มต้นของโรคสมองเสื่อมมักถูกมองข้าม เช่น หลงลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น สับสนเรื่องวันเวลา หรือมีปัญหาในการตัดสินใจ องค์การอนามัยโลกแนะนำให้สังเกตความเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันอย่างน้อย 6 เดือน หากพบว่ามีอาการแย่ลง ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ
วิธีป้องกันและลดความเสี่ยง
การป้องกันโรคสมองเสื่อมทำได้โดยการควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการบริโภคน้ำตาลและไขมันอิ่มตัว งดสูบบุหรี่ และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ การฝึกสมองด้วยกิจกรรมที่ท้าทาย เช่น อ่านหนังสือ เล่นเกมปริศนา หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็ช่วยชะลอการเสื่อมของสมองได้
การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมอย่างถูกวิธี
สำหรับผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วย ควรเรียนรู้เทคนิคการสื่อสารและการจัดการพฤติกรรมที่เหมาะสม เช่น การใช้คำพูดสั้นๆ ชัดเจน ไม่โต้เถียงเมื่อผู้ป่วยสับสน รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยและคุ้นเคย เพื่อลดความวิตกกังวลของทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล



