ศาลเยอรมนีตัดสินจำคุก 5 ปี อดีตเลขานุการค่ายกักกันเนือคงามซ์
ศาลเยอรมนีตัดสินจำคุก 5 ปี อดีตเลขานุการค่ายกักกัน

ศาลเยอรมนีมีคำพิพากษาจำคุก 5 ปี อดีตเลขานุการค่ายกักกันสตุทโธฟ (Stutthof) ของนาซี ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 97 ปี ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการฆาตกรรมนักโทษกว่า 10,000 คน โดยคำตัดสินครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในคดีสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงครามในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

รายละเอียดคดีประวัติศาสตร์

จำเลยคือ อีร์มการ์ด เอ็ม (Irmgard F.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขานุการในค่ายกักกันสตุทโธฟ ระหว่างปี 1943 ถึง 1945 ภายใต้การนำของพอล แวร์เนอร์ โฮพเพอ (Paul Werner Hoppe) ผู้บัญชาการค่าย ศาลพบว่าเธอมีส่วนรู้เห็นในการสังหารนักโทษโดยใช้แก๊สพิษและการยิงเป้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะผู้ช่วยเหลือให้การทำงานของค่ายเป็นไปอย่างราบรื่น

อัยการระบุว่า แม้เธอจะไม่ได้ลงมือสังหารด้วยตนเอง แต่การปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขานุการทำให้เธอเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ นักโทษส่วนใหญ่เป็นชาวยิว รวมถึงชาวโปแลนด์และเชลยศึกโซเวียต จำนวนผู้เสียชีวิตในค่ายสตุทโธฟประมาณ 65,000 คน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การต่อสู้ทางกฎหมายที่ยาวนาน

คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายปีก่อน แต่ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากปัญหาสุขภาพของจำเลยและความซับซ้อนของหลักฐาน จำเลยปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยอ้างว่าเธอเพียงแค่ทำงานธุรการและไม่ทราบถึงการฆาตกรรมที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าหลักฐานเพียงพอที่จะชี้ว่าเธอรู้ถึงกิจกรรมทางอาญาในค่าย

ทนายความของจำเลยแถลงว่า พวกเขาจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา โดยให้เหตุผลว่าโทษจำคุก 5 ปีรุนแรงเกินไปสำหรับผู้หญิงวัยชราที่ไม่มีประวัติอาชญากรรมมาก่อน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความสำคัญของคำตัดสิน

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศชี้ว่า คดีนี้เป็นตัวอย่างของการนำตัวผู้ร่วมกระทำผิดในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 มาลงโทษ แม้เวลาจะผ่านไปนานกว่า 70 ปีแล้วก็ตาม “คำตัดสินนี้ส่งสัญญาณว่าอาชญากรรมต่อมนุษยชาติไม่มีอายุความ” ดร. เจนส์ เบ็คเกอร์ (Dr. Jens Becker) นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเบอร์ลินกล่าว

องค์กรชุมชนชาวยิวในเยอรมนีแสดงความพอใจต่อคำตัดสิน แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินคดีล่าช้าเกินไป จนผู้ต้องหาหลายคนเสียชีวิตไปก่อนที่จะถูกพิพากษา

ผลกระทบต่อสังคมเยอรมนี

คำตัดสินนี้ถูกจับตาจากนานาชาติ โดยเฉพาะในเยอรมนีที่ยังคงพยายามเยียวยาบาดแผลทางประวัติศาสตร์จากการปกครองของนาซี รัฐบาลเยอรมนีให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการรำลึกถึงเหยื่อ และส่งเสริมการศึกษาประวัติศาสตร์ในโรงเรียน

อย่างไรก็ตาม การตัดสินจำคุกหญิงชราวัย 97 ปี ทำให้เกิดการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับความยุติธรรมและการให้อภัย บางฝ่ายมองว่าการจำคุกผู้สูงอายุอาจไม่เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติ แต่ก็ยอมรับว่าการลงโทษเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อยืนยันความยุติธรรม