ก.ล.ต.เรียก 'สุภาพร พิมพงษ์' ให้ปากคำปมซื้อขายหุ้นทิพย์ 6 หลักทรัพย์
ก.ล.ต.เรียก 'สุภาพร พิมพงษ์' ให้ปากคำปมหุ้นทิพย์

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้เชิญตัวนางสาวสุภาพร พิมพงษ์ ซึ่งเป็นผู้รายงานแบบ 246-2 มาให้ถ้อยคำแล้ว หลังจากพบความไม่ถูกต้องในรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์จำนวน 7 รายงาน ครอบคลุม 6 หลักทรัพย์ โดยรายงานดังกล่าวถูกบันทึกเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และวันที่ 2 กรกฎาคม 2569

รายละเอียดการตรวจสอบและดำเนินการ

ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบและสอบทานข้อมูลกับบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง และได้นำรายงานดังกล่าวออกจากระบบเผยแพร่ข้อมูลแล้ว เนื่องจากพบประเด็นความไม่ถูกต้องของข้อมูล การดำเนินการนี้เป็นไปตามมาตรการที่คำนึงถึงความสำคัญในการเปิดเผยสารสนเทศต่อสาธารณะ เพื่อปกป้องผู้ลงทุนจากการใช้ข้อมูลที่อาจไม่ถูกต้องประกอบการตัดสินใจลงทุน

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “กรณีนี้เป็นเรื่องที่ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญ โดยได้รับการสนับสนุนจาก บก.ปอศ. เป็นอย่างดีในการเร่งรัดกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย จนนำมาสู่การให้ถ้อยคำของผู้รายงาน” ทั้งนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย จึงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลในรายละเอียดได้ และหากมีความคืบหน้า ก.ล.ต. จะเปิดเผยให้สาธารณะรับทราบต่อไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน

พันตำรวจเอก วิญญู แจ่มใส ผู้กำกับการ 3 บก.ปอศ. กล่าวว่า “บก.ปอศ. ได้ร่วมกับ ก.ล.ต. ในการสอบถ้อยคำบุคคลรายดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูล โดย บก.ปอศ. พร้อมให้การสนับสนุนและทำงานร่วมกันกับ ก.ล.ต. เพื่อให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ก.ล.ต. และ บก.ปอศ. ได้ประสานความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย โดยในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ได้เชิญบุคคลดังกล่าวมาให้ถ้อยคำและได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง ก.ล.ต. จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ผลกระทบต่อตลาดทุนและการลงทุน

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการกำกับดูแลข้อมูลในตลาดทุนไทย โดยเฉพาะรายงานแบบ 246-2 ซึ่งเป็นรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของผู้บริหารหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง การปลอมแปลงหรือรายงานข้อมูลเท็จอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและความโปร่งใสของตลาด ก.ล.ต. ย้ำว่ามีกระบวนการทั้งการระบุสถานะของข้อมูลและนำข้อมูลออกจากระบบเมื่อพบความไม่ถูกต้อง เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่เผยแพร่สู่สาธารณะ