ตำรวจจับกุม 'จัสติน' ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมแม่และยายที่แคลิฟอร์เนีย
ตำรวจจับกุม 'จัสติน' ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมแม่และยาย

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 ตำรวจในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ได้จับกุมตัวนายจัสติน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมแม่และยายของตัวเอง เหตุเกิดที่บ้านพักในเมืองซานดิเอโก โดยพบศพของนางแมรี (อายุ 55 ปี) และนางแอน (อายุ 78 ปี) อยู่ในสภาพถูกแทงหลายแห่ง

รายละเอียดคดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากเพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงตะโกนและเสียงต่อสู้จากภายในบ้าน เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบศพทั้งสองในห้องนอนชั้นล่าง และพบนายจัสตินอยู่ในบ้านด้วยอาการมีรอยขีดข่วนตามร่างกาย ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้สอบสวน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายจัสตินให้การว่าเกิดความขัดแย้งกับแม่เรื่องเงิน ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทและลงมือใช้มีดแทงแม่ ก่อนที่ยายจะเข้ามาห้ามจึงถูกทำร้ายตามไปด้วย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หลักฐานสำคัญ

ตำรวจยึดมีดทำครัวขนาด 8 นิ้วที่ใช้ก่อเหตุ และพบข้อความแชทในโทรศัพท์ของนายจัสตินที่พูดถึงความเครียดและความโกรธแค้นต่อแม่ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุ นอกจากนี้ ผลตรวจสารเสพติดในปัสสาวะของนายจัสตินพบสารเมทแอมเฟตามีน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความรุนแรง

นายจัสตินถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา 2 กระทง และครอบครองอาวุธมีดเพื่อก่ออาชญากรรม โดยตำรวจระบุว่าคดีนี้มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต

ปฏิกิริยาจากชุมชน

เพื่อนบ้านและญาติแสดงความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางซาราห์ เพื่อนบ้านกล่าวว่า "ครอบครัวนี้ดูสงบสุขดี ไม่เคยมีปัญหา ไม่คิดว่าจัสตินจะทำลงได้" ขณะที่ญาติฝ่ายแม่เปิดเผยว่านายจัสตินมีประวัติปัญหาสุขภาพจิตและเคยเข้ารับการบำบัด แต่ไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ด้านนักจิตวิทยาให้ความเห็นว่าการใช้สารเสพติดร่วมกับปัญหาสุขภาพจิตอาจเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดพฤติกรรมรุนแรง โดยเฉพาะในกรณีที่มีความขัดแย้งในครอบครัว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อกฎหมาย

คดีนี้จุดประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธมีดและการดูแลผู้ป่วยสุขภาพจิตในชุมชน โดยสมาชิกสภาท้องถิ่นเรียกร้องให้มีมาตรการคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงและเพิ่มบริการสุขภาพจิตในพื้นที่

ตำรวจแคลิฟอร์เนียยังคงสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการก่อเหตุ โดยนายจัสตินถูกควบคุมตัวที่เรือนจำซานดิเอโกรอการพิจารณาคดีในศาลต่อไป