กระทรวงพลังงานยืนยันไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ รับมือสถานการณ์อิสราเอล-อิหร่าน
กระทรวงพลังงานออกมายืนยันว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ พร้อมติดตามสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและอิหร่านอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลให้อิหร่านตัดสินใจปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
เตรียมแผนรับมือทุกสถานการณ์
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ
"กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นที่อิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันราว 20% ของความต้องการทั่วโลก" นายวีรพัฒน์กล่าว
ปริมาณสำรองน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันคงเหลือทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปรวม 4,925 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศเป็นเวลา 38 วัน
นอกจากนี้ ยังมีน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้วจำนวน 1,746 ล้านลิตร และจากแหล่งอื่นอีก 1,124 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ 23 วัน
เมื่อรวมปริมาณน้ำมันทั้งหมดแล้ว ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองรวม 7,795 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ต่อเนื่องเป็นเวลา 61 วัน
แผนสำรองสำหรับก๊าซธรรมชาติเหลว
สำหรับแผนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNG ในเดือนมีนาคม 2569 จำนวนทั้งหมด 4 ลำนั้น มี 2 ลำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ส่วนอีก 2 ลำยังอยู่ระหว่างการลำเลียง คาดว่าจะไม่กระทบปริมาณสำรองภายในประเทศ
นายวีรพัฒน์ย้ำว่า "หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น กระทรวงพลังงานจะมีการบริหารจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพปริมาณสำรอง สร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นภายในประเทศ"
เตรียมแผนจัดหาเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่น
กระทรวงพลังงานได้เตรียมแผนรับมือหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีแผนในการจัดหาเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่นมาทดแทน แม้ในขณะนี้จะยังไม่มีผลกระทบทั้งในด้านปริมาณสำรองและด้านราคาก็ตาม
"กระทรวงพลังงานได้เตรียม Scenario ต่างๆ เพื่อรองรับไว้แล้ว หากการสู้รบยืดเยื้อและรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ และขอยืนยันว่าน้ำมันภายในประเทศจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน" โฆษกกระทรวงพลังงานกล่าว
ขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลทางการ
ในภาวะที่สถานการณ์มีความเปราะบางเช่นนี้ อาจมีการแพร่กระจายข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือข่าวปลอมในสื่อสังคมออนไลน์ กระทรวงพลังงานจึงขอความร่วมมือให้ประชาชนติดตามการประกาศและข้อมูลข่าวสารจากสื่อทางการของกระทรวงพลังงานเท่านั้น
"เพื่อป้องกันความสับสนและรับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง" นายวีรพัฒน์กล่าวในที่สุด
การเตรียมความพร้อมของกระทรวงพลังงานครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ แม้จะเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานระดับโลกก็ตาม



