ตำรวจไซเบอร์ได้บุกจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หลอกลวงเหยื่อกว่า 100 ราย สร้างความเสียหายมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท โดยการจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการสืบสวนและรวบรวมหลักฐานเป็นเวลาหลายเดือน
รายละเอียดการจับกุม
การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2568 โดย พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งใช้เป็นสถานที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ภายในพบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และซิมการ์ดจำนวนมาก รวมถึงเอกสารที่ใช้ในการหลอกลวง
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า แก๊งนี้มีสมาชิกประมาณ 10 คน ทำหน้าที่โทรศัพท์หาผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐ เช่น กรมสรรพากร หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแจ้งว่าผู้เสียหายมีหนี้สินหรือมีคดีความ จากนั้นจะข่มขู่ให้โอนเงินเพื่อระงับเรื่อง
พฤติกรรมการหลอกลวง
แก๊งนี้ใช้วิธีการโทรศัพท์แบบสุ่มหมายเลข โดยจะแจ้งให้ผู้เสียหายทราบว่ามีเอกสารทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการ หรือมีหนี้ภาษีที่ต้องชำระ หากผู้เสียหายไม่โอนเงิน จะถูกดำเนินคดีหรือถูกอายัดทรัพย์สิน เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี
พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ กล่าวว่า "แก๊งนี้มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ มีการเตรียมสคริปต์และใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัยในการโทรศัพท์ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อได้ง่าย" นอกจากนี้ยังพบว่าแก๊งนี้มีเครือข่ายในหลายพื้นที่ รวมถึงมีการเปิดบัญชีม้าเพื่อรับโอนเงินจากเหยื่อ
ความเสียหายและผู้เสียหาย
จากข้อมูลของตำรวจไซเบอร์ พบว่ามีผู้เสียหายมากกว่า 100 รายทั่วประเทศ ความเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท โดยผู้เสียหายบางรายสูญเสียเงินก้อนใหญ่ถึงหลักล้านบาท ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ และตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่ออายัดทรัพย์สิน
ด้าน พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า "เราจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง"
คำแนะนำสำหรับประชาชน
ตำรวจไซเบอร์แนะนำให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงิน โดยไม่ควรเชื่อถือโทรศัพท์ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และควรโทรศัพท์กลับไปยังหน่วยงานนั้นด้วยตนเอง นอกจากนี้ควรแจ้งข้อมูลให้ญาติผู้สูงอายุทราบเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง
หากพบเบาะแสหรือตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 หรือที่สถานีตำรวจท้องที่



