ดาราดังช็อก! ถูกแฮกเกอร์ข่มขู่เรียกค่าไถ่ หลังคลิปหลุดว่อนเน็ต
ดาราดังช็อก! ถูกแฮกเกอร์ข่มขู่เรียกค่าไถ่ หลังคลิปหลุดว่อนเน็ต

นักแสดงสาวชื่อดังรายหนึ่งเปิดเผยว่า ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มแฮกเกอร์ที่ขโมยข้อมูลส่วนตัวและคลิปวิดีโอจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก่อนนำมาข่มขู่เรียกค่าไถ่เป็นจำนวนเงินสูงถึง 5 ล้านบาท เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับวงการบันเทิงไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากคลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ทางโลกออนไลน์แล้ว สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและความรู้สึกของเจ้าตัวอย่างรุนแรง

รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ตามที่นักแสดงสาวให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ระบุว่า เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อหลายวันก่อน เมื่อเธอพบว่ามีข้อความจากบุคคลไม่ทราบชื่อส่งมาทางข้อความส่วนตัว โดยอ้างว่ามีคลิปวิดีโอส่วนตัวของเธออยู่ในครอบครอง ซึ่งเป็นคลิปที่บันทึกไว้ในห้องนอนส่วนตัว หากเธอไม่ยอมจ่ายเงินตามที่กำหนด กลุ่มแฮกเกอร์จะนำคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่สู่สาธารณะ

ในตอนแรกนักแสดงสาวคิดว่าเป็นเพียงการหลอกลวงทั่วไป แต่เมื่อกลุ่มแฮกเกอร์ส่งตัวอย่างคลิปมาให้ดู เธอถึงกับช็อกเมื่อพบว่าเป็นคลิปของเธอจริงๆ ซึ่งเธอจำได้ว่าถ่ายไว้เมื่อหลายปีก่อนและลบออกจากอุปกรณ์ไปแล้ว แต่กลับถูกกู้คืนมาได้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบและการดำเนินการ

หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ นักแสดงสาวได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างหนัก ต้องหยุดงานถ่ายทำละครและรายการต่างๆ ที่ค้างอยู่ ขณะที่แฟนคลับและเพื่อนร่วมวงการต่างแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

ด้านทนายความของนักแสดงสาวเปิดเผยว่า ได้ดำเนินการร้องทุกข์ต่อกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว พร้อมย้ำว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และประมวลกฎหมายอาญา ฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดๆ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ให้คำแนะนำว่า ประชาชนทั่วไปควรระมัดระวังในการจัดเก็บข้อมูลส่วนตัว โดยเฉพาะภาพและวิดีโอที่อาจเป็นหลักฐานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการบันทึกข้อมูลสำคัญไว้ในอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และควรใช้รหัสผ่านที่คาดเดายาก รวมถึงเปิดระบบยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (Two-Factor Authentication) เพื่อป้องกันการถูกแฮก

นอกจากนี้ ควรอัปเดตซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการอยู่เสมอ เพื่อปิดช่องโหว่ที่แฮกเกอร์อาจใช้โจมตี และไม่ควรคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

แนวโน้มอาชญากรรมไซเบอร์ในไทย

สถิติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ในปี 2566 ที่ผ่านมา มีคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการข่มขู่เรียกค่าไถ่ทางออนไลน์ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหยื่อส่วนใหญ่เป็นบุคคลสาธารณะและผู้มีชื่อเสียง เนื่องจากมีข้อมูลส่วนตัวที่สามารถนำมาข่มขู่ได้ง่าย

กรณีของนักแสดงสาวครั้งนี้จึงเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนให้ทุกคนตระหนักถึงความเสี่ยงในการเก็บข้อมูลส่วนตัวในโลกดิจิทัล และควรใช้มาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรไซเบอร์