โอเปกพลัสเพิ่มกำลังผลิตน้ำมัน 206,000 บาร์เรลต่อวัน รับมือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
กลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) ได้มีมติสำคัญในการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันขึ้น 206,000 บาร์เรลต่อวัน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มได้ชะลอการปรับเพิ่มโควต้าการผลิตมาเป็นระยะเวลานานถึง 3 เดือนเต็ม ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่กำลังทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก
การตัดสินใจเพิ่มกำลังผลิตในภาวะวิกฤต
ก่อนหน้านี้ กลุ่มโอเปกพลัสได้มีการหารือถึงทางเลือกต่างๆ ในการเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งมีตั้งแต่ 137,000 ถึง 548,000 บาร์เรลต่อวัน แต่ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปที่ระดับ 206,000 บาร์เรลต่อวัน การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่านกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันจากประเทศสมาชิกกลุ่มโอเปกพลัสอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวว่า ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นสมาชิกหลักของกลุ่ม ได้เพิ่มกำลังการผลิตและการส่งออกน้ำมันในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐอเมริกาที่อาจเกิดขึ้นต่ออิหร่าน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของประเทศผู้ผลิตน้ำมันในการรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก
ผลกระทบจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ
ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีสัดส่วนมากกว่า 20% ของการขนส่งน้ำมันทั่วโลก หลังอิหร่านแจ้งเตือนให้ปิดการเดินเรือในพื้นที่ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้เรือหลายร้อยลำต้องติดค้างและหยุดชะงักทันที ส่งผลให้การขนส่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และสินค้าอื่นๆ ผ่านเส้นทางนี้หยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง
แม้ว่าตลาดจะมีความกังวลว่าการเพิ่มกำลังการผลิตอาจนำไปสู่ภาวะอุปทานล้นตลาดและกดดันราคาน้ำมัน แต่ในความเป็นจริง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์กลับปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ และพุ่งแตะระดับ 73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ความวิตกกังวลว่าความขัดแย้งอาจขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้มีแนวโน้มว่าราคาน้ำมันยังอาจขยับขึ้นอีก 8-10% และเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
มุมมองจากนักวิเคราะห์
Jorge Leon นักวิเคราะห์ชื่อดัง ได้ให้ความเห็นว่า การเพิ่มกำลังการผลิตครั้งนี้ของกลุ่มโอเปกพลัสอาจไม่ทำให้ตลาดคลายความกังวลได้มากนัก เนื่องจากราคาน้ำมันในปัจจุบันจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้นขนาดไหน รวมถึงความต่อเนื่องของการขนส่งน้ำมันซึ่งช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดไปแล้ว มากกว่าที่จะขึ้นกับการเพิ่มกำลังการผลิตในระดับที่ค่อนข้างจำกัดเช่นนี้
การตัดสินใจของกลุ่มโอเปกพลัสในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างการตอบสนองต่อความต้องการน้ำมันของโลกกับการรับมือกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจพลังงานโลกในระยะยาว



