กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศไทยประจำเดือนมิถุนายน 2567 ว่า ขยายตัว 0.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.9% โดยมีปัจจัยหลักจากราคาอาหารสดที่ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะผักสด ผลไม้ และเนื้อสัตว์
รายละเอียดดัชนีราคาผู้บริโภค
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ในเดือนมิถุนายน 2567 อยู่ที่ระดับ 107.90 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ 107.24 โดยเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2567 ลดลง 0.10% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารสดและพลังงาน ขยายตัว 0.36% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.03% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด
นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า "การที่เงินเฟ้อทั่วไปขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เป็นผลจากราคาอาหารสดที่ลดลง โดยเฉพาะผักสด ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นผลมาจากผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ประกอบกับราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก"
สำหรับหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในเดือนมิถุนายน 2567 ลดลง 0.16% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสินค้าที่มีราคาลดลงสำคัญได้แก่ ผักสด (-8.9%) ผลไม้สด (-4.2%) เนื้อสุกร (-3.5%) และไก่สด (-2.8%) ส่วนสินค้าที่มีราคาเพิ่มขึ้นได้แก่ ข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง (+2.5%) ไข่และผลิตภัณฑ์นม (+1.8%) และเครื่องประกอบอาหาร (+1.2%)
หมวดพลังงานและสินค้าอื่นๆ
หมวดพลังงานในเดือนมิถุนายน 2567 ลดลง 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลลดลงตามราคาตลาดโลก ขณะที่ค่าไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มยังทรงตัว ส่วนหมวดอื่นๆ ที่มีราคาเพิ่มขึ้นได้แก่ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (+1.5%) ยาสูบ (+2.0%) และเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า (+0.7%)
แนวโน้มเงินเฟ้อไตรมาสที่ 3
กระทรวงพาณิชย์คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปในไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 จะยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยมีปัจจัยกดดันจากราคาอาหารสดที่ยังคงมีแนวโน้มลดลง ประกอบกับราคาพลังงานที่ทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านสูงอาจมาจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2567 ไว้ที่กรอบ 0.7-1.7% โดยมีค่ากลางที่ 1.2% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่กำหนดกรอบเงินเฟ้อไว้ที่ 1-3%



