กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติการขายอาวุธให้อินโดนีเซียจำนวน 8 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
รายละเอียดการขายอาวุธ
การขายอาวุธดังกล่าวประกอบด้วยเครื่องบินรบ F-15EX จำนวน 36 ลำ มูลค่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดรนรบ MQ-9B SkyGuardian จำนวน 6 ลำ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาวุธอื่นๆ เช่น ขีปนาวุธพิสัยกลาง AIM-120 AMRAAM และขีปนาวุธพิสัยไกล AIM-9X Sidewinder รวมถึงอุปกรณ์สนับสนุนและฝึกอบรม
เหตุผลในการอนุมัติ
สหรัฐฯ ระบุว่าการขายอาวุธครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของอินโดนีเซียในการป้องกันประเทศและรักษาความมั่นคงในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทะเลจีนใต้ที่เกิดข้อพิพาทด้านอาณาเขต โดยรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวว่า "การขายอาวุธนี้จะสนับสนุนเป้าหมายนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ โดยการช่วยให้พันธมิตรมีความแข็งแกร่งขึ้น"
ปฏิกิริยาจากอินโดนีเซีย
อินโดนีเซียแสดงความพอใจต่อการอนุมัติครั้งนี้ โดยรัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซียกล่าวว่า "การซื้ออาวุธครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป" อินโดนีเซียมีแผนจะใช้เครื่องบิน F-15EX ทดแทนเครื่องบินรบรุ่นเก่า และใช้โดรน MQ-9B ในการลาดตระเวนทางทะเล
ผลกระทบต่อภูมิภาค
การขายอาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ ขณะที่อินโดนีเซียก็เป็นหนึ่งในประเทศที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนในหมู่เกาะนาทูนา โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงมองว่าการขายอาวุธนี้จะช่วยเพิ่มดุลอำนาจในภูมิภาค และอาจกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ หันมาซื้ออาวุธเพิ่มขึ้น



