วันที่ 20 มิถุนายน 2567 เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กส.2 (ดงมะอี่) พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูง ได้เข้าจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงมะอี่ ต.หนองกุงศรี อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์
จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางไม้พะยูง
การจับกุมครั้งนี้สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 3 ราย คือ นายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี นายสมศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี และนายสมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี พร้อมของกลางเป็นไม้พะยูงแปรรูปแล้วจำนวน 22 ท่อน ปริมาตรประมาณ 5 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าประมาณ 3.5 ล้านบาท รวมถึงอุปกรณ์การตัดไม้ เช่น เลื่อยยนต์ 2 เครื่อง รถยนต์กระบะ 1 คัน
สืบสานต่อเนื่องจากการลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ใกล้เคียง
นายธนากร อินทร์แก้ว หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กส.2 เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่ป่าสงวนอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนสืบสวนและเฝ้าระวังเป็นเวลานานกว่าหนึ่งเดือน จนกระทั่งพบกลุ่มผู้ต้องหากำลังขนย้ายไม้พะยูงออกจากป่าในช่วงกลางคืน จึงได้เข้าจับกุม
“การลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่นี้เป็นปัญหามานาน เนื่องจากไม้พะยูงมีราคาสูงมากในตลาดมืด เศษไม้พะยูงขนาดเล็กยังมีราคากิโลกรัมละหลายพันบาท ทำให้กลุ่มนายทุนและช่างเถื่อนพยายามเข้ามาลักลอบตัด แม้จะมีความเสี่ยงสูง” นายธนากรกล่าว
ไม้พะยูงมีราคาสูงในตลาดมืด
ไม้พะยูงเป็นไม้เนื้อแข็งที่มีลวดลายสวยงามและมีกลิ่นหอม นิยมนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ เครื่องดนตรี และของตกแต่งราคาแพง โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งมีความต้องการสูงมาก ส่งผลให้ราคาไม้พะยูงในตลาดมืดสูงถึงลูกบาศก์เมตรละ 700,000-1,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและคุณภาพของไม้
การลักลอบตัดไม้พะยูงในประเทศไทยเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน แม้จะมีกฎหมายคุ้มครองอย่างเข้มงวด โดยไม้พะยูงจัดเป็นไม้หวงห้ามตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ผู้ใดลักลอบตัดไม้พะยูงในป่าสงวนแห่งชาติมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 40,000-200,000 บาท
เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนขยายผลหาเครือข่าย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ในข้อหาร่วมกันลักลอบตัดไม้หวงห้ามในป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากนายทุนในพื้นที่ให้ตัดและขนย้ายไม้พะยูงไปส่งที่โรงงานแปรรูปในจังหวัดใกล้เคียง โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 50,000 บาท
เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพื่อติดตามตัวนายทุนที่อยู่เบื้องหลังและโรงงานที่รับซื้อไม้พะยูงเหล่านี้ คาดว่าจะสามารถดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้เพิ่มเติมในเร็วๆ นี้
ผลกระทบต่อระบบนิเวศและเศรษฐกิจ
การลักลอบตัดไม้พะยูงในป่าสงวนแห่งชาติส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบนิเวศป่าไม้ เนื่องจากไม้พะยูงเป็นไม้โตช้า ต้องใช้เวลานับสิบปีกว่าจะโตเต็มที่ การตัดไม้พะยูงจำนวนมากทำให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งผลต่อแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่ เนื่องจากป่าสงวนแห่งชาติเป็นแหล่งอาหารและรายได้ของชาวบ้านในรูปแบบของการเก็บหาของป่า การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน หากป่าถูกทำลาย ชุมชนจะสูญเสียทรัพยากรเหล่านี้ไป
เจ้าหน้าที่ฝากถึงประชาชนว่าหากพบเห็นการลักลอบตัดไม้หรือการกระทำผิดเกี่ยวกับป่าไม้ ขอให้แจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมป่าไม้ 1310 หรือแจ้งที่หน่วยป้องกันรักษาป่าในพื้นที่ เพื่อร่วมกันปกป้องทรัพยากรป่าไม้ของชาติ



