คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการลดค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษาร้อยละ 50 สำหรับนักเรียนและนักศึกษาในสถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ครอบคลุมทุกระดับชั้น ตั้งแต่อนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษา เป็นระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา เริ่มตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568
รายละเอียดมาตรการลดค่าเทอม
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน นายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุม ครม. ว่า รัฐบาลตระหนักถึงความเดือดร้อนของพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
สำหรับโรงเรียนเอกชน รัฐบาลจะชดเชยส่วนต่างของค่าเล่าเรียนที่ลดลงให้กับโรงเรียน ผ่านงบประมาณกลางวงเงิน 12,000 ล้านบาท ส่วนโรงเรียนรัฐบาลนั้น ค่าเล่าเรียนได้รับการอุดหนุนจากรัฐอยู่แล้ว การลดร้อยละ 50 จะช่วยให้ผู้ปกครองจ่ายน้อยลงโดยตรง
กลุ่มเป้าหมายและเงื่อนไข
มาตรการนี้ครอบคลุมนักเรียนและนักศึกษาทุกคนที่กำลังศึกษาในสถานศึกษาที่อยู่ในระบบ โดยไม่จำกัดรายได้ของผู้ปกครอง แตกต่างจากมาตรการช่วยเหลือก่อนหน้านี้ที่มักจำกัดเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
นางสาวกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า "รัฐบาลต้องการให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง โดยไม่ต้องให้ผู้ปกครองมายื่นขอสิทธิ์ เพราะเราทราบดีว่าทุกครอบครัวล้วนได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ"
ผลกระทบและข้อกังวล
แม้มาตรการนี้จะช่วยลดภาระผู้ปกครอง แต่ก็มีข้อกังวลจากโรงเรียนเอกชนบางแห่งเกี่ยวกับความล่าช้าของการชดเชยค่าใช้จ่ายจากรัฐบาล นายสมศักดิ์ อดิเทพวรพันธ์ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า "โรงเรียนเอกชนหลายแห่งมีสภาพคล่องจำกัด หากรัฐบาลจ่ายชดเชยล่าช้า อาจกระทบต่อการบริหารจัดการและการจ่ายเงินเดือนครู"
นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิชาการด้านการศึกษาว่า การลดค่าเทอมแบบเหมาจ่ายอาจไม่ตรงจุด เนื่องจากผู้มีรายได้สูงได้รับประโยชน์เท่ากับผู้มีรายได้น้อย ดร. วิชัย พานิชกุล นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสนอว่า "รัฐบาลควรใช้เงินงบประมาณจำนวนมากนี้ไปกับการเพิ่มคุณภาพการศึกษา เช่น การพัฒนาครูและหลักสูตร แทนที่จะลดค่าเทอมให้ทุกคนเท่ากัน"
ขั้นตอนถัดไป
กระทรวงศึกษาธิการจะออกประกาศและแนวทางปฏิบัติให้สถานศึกษาทุกแห่งดำเนินการภายใน 2 สัปดาห์ โดยให้สถานศึกษาปรับลดค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมตามสัดส่วน และแจ้งผู้ปกครองทราบก่อนเปิดภาคเรียน
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้เฉพาะภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2568 เท่านั้น โดยรัฐบาลจะประเมินผลอีกครั้งเพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาในภาคการศึกษาถัดไป



