คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.75 ต่อปี โดยให้มีผลทันที ในการประชุมวันที่ 29 มีนาคม 2566 เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่เต็มที่
เหตุผลในการปรับขึ้นดอกเบี้ย
นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ กนง. เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากการบริโภคและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในระดับสูงจากต้นทุนพลังงานที่ปรับสูงขึ้นและการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้า กนง. จึงเห็นว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้จะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่สูงเกินไปในอนาคต
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน
การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลให้สถาบันการเงินปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากตาม ซึ่งจะกระทบต่อภาระหนี้ของประชาชนและผู้ประกอบการที่ต้องชำระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันผู้ฝากเงินจะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น กนง. คาดว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้จะช่วยชะลอการขยายตัวของสินเชื่อและลดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงิน
แนวโน้มดอกเบี้ยในระยะต่อไป
กนง. ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับขึ้นในครั้งนี้ยังคงอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยคณะกรรมการจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมปรับนโยบายตามความเหมาะสม ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.6 และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ร้อยละ 2.9



