ย้อนรอยคดีอุ้มฆ่าพริษฐ์ ชาวกะเหรี่ยงโพสต์เดือดถึงผู้ต้องสงสัย
ย้อนรอยคดีอุ้มฆ่าพริษฐ์ ชาวกะเหรี่ยงโพสต์เดือดถึงผู้ต้องสงสัย

คดีการเสียชีวิตของพริษฐ์ เด็กหนุ่มชาวกะเหรี่ยงวัย 16 ปี ที่ถูกอุ้มไปจากบ้านพักในอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 และต่อมาพบศพในสภาพถูกยิงที่ศีรษะ ยังคงเป็นประเด็นร้อนในสังคมไทย โดยเฉพาะในกลุ่มชาวกะเหรี่ยงที่เรียกร้องความเป็นธรรม

ชาวกะเหรี่ยงโพสต์ข้อความเดือดถึงผู้ต้องสงสัย

ล่าสุด ชาวกะเหรี่ยงจำนวนหนึ่งได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียแสดงความไม่พอใจต่อผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ โดยเฉพาะนายสมชาย (นามสมมติ) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของพริษฐ์ ข้อความดังกล่าวระบุว่า "เราจะไม่ยอมให้ความอยุติธรรมเกิดขึ้นอีกต่อไป" และ "ขอให้ผู้ก่อเหตุได้รับโทษตามกฎหมาย"

การโพสต์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องสงสัย 3 ราย แต่ยังไม่สามารถควบคุมตัวได้ทั้งหมด สร้างความกังวลให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและชุมชน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายละเอียดคดีอุ้มฆ่าพริษฐ์

พริษฐ์หายตัวไปเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 หลังจากถูกชายฉกรรจ์ 3 คนบุกเข้ามาในบ้านพักและบังคับพาตัวไป ครอบครัวแจ้งความแต่ไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่งวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ชาวบ้านพบศพในป่าละเมาะห่างจากบ้านประมาณ 10 กิโลเมตร สภาพศพถูกยิงที่ศีรษะ 1 นัด และมีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย

การชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นระบุว่าเสียชีวิตจากการถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานและรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี

ความเคลื่อนไหวของคดีและปฏิกิริยาจากสังคม

คดีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและองค์กรสิทธิมนุษยชน เนื่องจากพริษฐ์เป็นเด็กหนุ่มชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแรงจูงใจในการก่อเหตุ บางกระแสเชื่อมโยงกับความขัดแย้งเรื่องที่ดินทำกินในพื้นที่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายอำนาจ (นามสมมติ) เพื่อนบ้านของครอบครัวพริษฐ์กล่าวว่า "เด็กคนนี้ไม่มีปากมีเสียง ไม่น่ามีศัตรูกับใคร อยากให้ตำรวจเร่งหาความจริง" ขณะที่ทางครอบครัวได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อขอให้ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด

ข้อเรียกร้องของชาวกะเหรี่ยง

กลุ่มชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างโปร่งใส และให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองพยานในคดีนี้ เนื่องจากเกรงว่าอาจมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง

นางสาวมาลี (นามสมมติ) แกนนำชุมชนกล่าวว่า "เราต้องการให้คดีนี้เป็นบทเรียนว่าไม่มีใครอยู่นอกเหนือกฎหมาย" และเรียกร้องให้ผู้ต้องสงสัยมอบตัวโดยเร็ว

คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าในเร็วๆ นี้