ญี่ปุ่นยืนยันลงทุนในไทยกว่า 2 แสนล้านบาทในปี 2567
นายคัตสึโนบุ คาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นจะยังคงลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 คาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2 แสนล้านบาท โดยเน้นในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
การลงทุนดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่นที่มีต่อเศรษฐกิจไทย แม้จะมีความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว แต่นักลงทุนญี่ปุ่นยังคงมองว่าไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน
อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญ
นายคาโตะกล่าวว่า อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ไฟฟ้าเป็นสองอุตสาหกรรมหลักที่ญี่ปุ่นจะลงทุนในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังสนใจที่จะลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตในไทย โดยคาดว่าการลงทุนในส่วนนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย
ปัจจัยที่ดึงดูดการลงทุนจากญี่ปุ่น
เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดการลงทุนจากญี่ปุ่นคือ ความมั่นคงทางการเมืองของไทย โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม และแรงงานที่มีทักษะ นอกจากนี้ นโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลไทย เช่น การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นตัดสินใจลงทุนในไทย
นายคาโตะยังกล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนการลงทุน โดยหวังว่ารัฐบาลไทยจะยังคงรักษาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนต่อไป
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
การลงทุนจากญี่ปุ่นในครั้งนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในภาคการผลิตและการจ้างงาน โดยคาดว่าจะเกิดการจ้างงานใหม่กว่า 50,000 ตำแหน่งในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
นายคาโตะกล่าวทิ้งท้ายว่า "ญี่ปุ่นและไทยมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นมากว่า 60 ปี การลงทุนครั้งนี้เป็นการยืนยันว่าไทยยังคงเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น"



