พายุฤดูร้อนถล่ม 20 จังหวัด พบต้นไม้ล้มทับบ้านเรือน
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า พายุฤดูร้อนที่พัดถล่มพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดความเสียหายใน 20 จังหวัด โดยมีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 1,245 หลัง และต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับบ้านเรือนและรถยนต์อย่างน้อย 15 จุด
นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้อำนวยการสำนักงาน ปภ. ภาคเหนือ เปิดเผยว่า จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และเลย โดยมีรายงานต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 3 หลัง และเสียชีวิต 1 ราย ที่จังหวัดเลย จากเหตุต้นไม้ล้มทับบ้านพักในพื้นที่อำเภอเมือง
สาเหตุจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า สาเหตุของพายุฤดูร้อนครั้งนี้เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคเหนือและอีสานตอนบน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามา ส่งผลให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกในหลายพื้นที่
นางสาวกรรณิการ์ ธรรมพา รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า "ตั้งแต่วันที่ 8-10 เมษายน มีรายงานลูกเห็บตกใน 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก เพชรบูรณ์ และชัยภูมิ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวโพดและลำไยที่กำลังออกดอก"
แนวโน้มพายุลูกใหม่ 12-16 เม.ย.
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนว่า จะมีพายุฤดูร้อนอีกลูกหนึ่งในช่วงวันที่ 12-16 เมษายน 2568 โดยจะส่งผลกระทบต่อภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ลักษณะอากาศจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระวังอันตรายจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงที่เกิดพายุ
ความเสียหายและการช่วยเหลือ
จากข้อมูลของ ปภ. พบว่ามีบ้านเรือนเสียหายบางส่วน 1,192 หลัง เสียหายทั้งหลัง 53 หลัง และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 5 ราย โดยจังหวัดที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือ เชียงราย (324 หลัง) พะเยา (211 หลัง) และเลย (178 หลัง)
ด้านนายแพทย์สุรินทร์ สืบสาย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า "ทีมแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว พร้อมแจกจ่ายถุงยังชีพและเวชภัณฑ์เบื้องต้น"
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน "ไทยเตือนภัย" รวมถึงแจ้งเหตุผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง



