เกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันรั่วไหลบริเวณกลางทะเลจังหวัดระยอง ส่งผลให้คราบน้ำมันกระจายตัวเป็นวงกว้างเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานระดมกำลังเร่งควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบนิเวศทางทะเลและแนวปะการังที่อยู่ใกล้เคียง
รายละเอียดเหตุการณ์และมาตรการควบคุม
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 เวลาประมาณ 10.00 น. เรือบรรทุกน้ำมันชื่อ "เอสพี 3" ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบจำนวน 12,000 ตัน เกิดรอยรั่วบริเวณท้องเรือขณะจอดทอดสมออยู่ห่างจากชายฝั่งอำเภอแกลงประมาณ 8 ไมล์ทะเล น้ำมันดิบได้ไหลออกสู่ทะเลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่ทีมกู้ภัยจะสามารถอุดรอยรั่วได้สำเร็จ
นายสมชาย ใจดี ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง เปิดเผยว่า "ขณะนี้เราสามารถหยุดการรั่วไหลได้แล้ว แต่คราบน้ำมันได้กระจายตัวเป็นวงกว้างประมาณ 5-6 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่กำลังใช้เรือเก็บน้ำมันและสารเคมีกระจายคราบน้ำมันเพื่อลดผลกระทบ"
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและแนวปะการัง
คราบน้ำมันดังกล่าวลอยเข้าหาแนวชายฝั่งที่อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและแนวปะการังที่สำคัญของจังหวัดระยอง โดยเฉพาะบริเวณเกาะเสม็ดและอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ซึ่งเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำที่สำคัญ
นายอำนาจ ทรัพย์สมบูรณ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด กล่าวว่า "เรากังวลอย่างมากว่าคราบน้ำมันจะส่งผลกระทบต่อแนวปะการังและสัตว์ทะเลหายาก เช่น เต่าทะเลและพะยูน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ เจ้าหน้าที่ได้เตรียมพร้อมในการฟื้นฟูแล้ว"
การดำเนินการทางกฎหมายและค่าเสียหาย
เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับบริษัทเจ้าของเรือในข้อหาทำให้น้ำมันรั่วไหลโดยประมาท ซึ่งอาจมีโทษปรับสูงสุด 1 ล้านบาท และจำคุกไม่เกิน 10 ปี ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย นอกจากนี้ บริษัทจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 100 ล้านบาท
นายธนกฤต วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า "เราได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้เร็วที่สุด และจะติดตามผลกระทบระยะยาวต่อระบบนิเวศและเศรษฐกิจของจังหวัด"
การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ทางการได้ประกาศห้ามเรือประมงและเรือท่องเที่ยวเข้าใกล้พื้นที่รั่วไหลเป็นระยะทาง 3 ไมล์ทะเล เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการปนเปื้อนเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจชั่วคราวที่ศาลากลางจังหวัดระยอง
นายสมชาย ใจดี กล่าวเพิ่มเติมว่า "เราจะประสานงานกับบริษัทประกันภัยเพื่อเยียวยาชาวประมงและผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับความเสียหาย โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด"



