ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 พุ่งสูงถึง 160 รายแล้ว โดยมีผู้บาดเจ็บกว่า 700 คน และยังคงมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากอาคารที่ถล่มในหลายเมือง โดยเฉพาะในกรุงเนปิดอว์และเมืองมัณฑะเลย์
แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ
สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้มีศูนย์กลางอยู่ลึกลงไป 10 กิโลเมตร ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองซากาอิง ห่างจากมัณฑะเลย์ประมาณ 100 กิโลเมตร ส่งผลให้อาคารหลายหลังพังถล่ม รวมถึงสะพานโบราณและเจดีย์สำคัญได้รับความเสียหายอย่างหนัก
“นี่คือแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดที่เมียนมาเผชิญในรอบ 100 ปี” นายแพทย์ซอ ทู ผู้ประสานงานของสภากาชาดเมียนมา กล่าวกับสำนักข่าวท้องถิ่น พร้อมยืนยันว่าทีมกู้ภัยจากหลายจังหวัดถูกส่งไปยังพื้นที่ประสบภัยแล้ว
ความเสียหายในวงกว้าง
ทางการเมียนมารายงานว่ามีอาคารบ้านเรือนพังทลายมากกว่า 1,200 หลังใน 5 ภูมิภาค โดยเฉพาะในเขตมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ มีรายงานผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังอย่างน้อย 200 คน ขณะที่โรงพยาบาลหลายแห่งต้องรองรับผู้บาดเจ็บจำนวนมากจนเกินขีดความสามารถ
นอกจากนี้ ระบบไฟฟ้าและการสื่อสารในหลายพื้นที่ถูกตัดขาด ทำให้การประสานงานกู้ภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก กองทัพเมียนมาซึ่งควบคุมประเทศอยู่ได้ประกาศให้พื้นที่ประสบภัยเป็นเขตภัยพิบัติ และขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ
การช่วยเหลือจากต่างประเทศ
องค์การสหประชาชาติ (UN) และหลายประเทศรวมถึงไทย อินเดีย และจีน ได้เสนอความช่วยเหลือด้านการแพทย์และทีมกู้ภัย โดยรัฐบาลไทยได้ส่งทีมกู้ภัยจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจำนวน 30 คน พร้อมอุปกรณ์ค้นหาผู้รอดชีวิตเดินทางไปยังเมียนมาแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตรของไทย กล่าวว่า “ไทยพร้อมสนับสนุนเมียนมาอย่างเต็มที่ในภาวะวิกฤตนี้ โดยเฉพาะการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการค้นหาผู้ประสบภัย”
ผลกระทบต่อเนื่อง
แผ่นดินไหวครั้งนี้ยังส่งผลให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมในพื้นที่ห่างไกลซึ่งยังไม่สามารถเข้าถึงได้ องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่าอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกหากไม่สามารถเข้าถึงผู้ประสบภัยได้ทันเวลา
ด้านธรณีวิทยา ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนสะกาย ซึ่งเป็นรอยเลื่อนหลักในเมียนมา และอาจเกิดแผ่นดินไหวตามมาอีกในหลายสัปดาห์ข้างหน้า



