พรรคก้าวไกล ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ถอดถอนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ฐานฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีที่ไม่ได้ส่งข้อมูลตอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถือครองหุ้นในบริษัทต่างๆ ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ข้อกล่าวหาหลัก
นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า การยื่นคำร้องในครั้งนี้มีประเด็นสำคัญคือ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของ ป.ป.ช. ที่ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถือหุ้นในบริษัทต่างๆ ซึ่งรวมถึงหุ้นในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอื่นๆ โดยพรรคก้าวไกลเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เนื่องจากเป็นการไม่ให้ความร่วมมือกับองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
รายละเอียดคำร้อง
คำร้องที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. มีเนื้อหาว่า นายเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างเคร่งครัด แต่กลับละเลยไม่ส่งคำชี้แจงตามที่ ป.ป.ช. เรียกขอ ซึ่งเป็นการแสดงถึงการไม่เคารพต่อกระบวนการตรวจสอบ และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบการเมือง
พรรคก้าวไกลยังระบุด้วยว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรีอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องให้ความร่วมมือในการตรวจสอบของ ป.ป.ช. หากฝ่าฝืนอาจมีโทษทางอาญา
ปฏิกิริยาจากฝ่ายรัฐบาล
ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่านายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ และได้ชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช. ไปแล้วบางส่วน แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของฝ่ายกฎหมายของทำเนียบรัฐบาล
นายอนุชากล่าวเพิ่มเติมว่า การยื่นคำร้องของพรรคก้าวไกลเป็นเรื่องทางการเมืองที่พยายามสร้างความเสียหายให้กับรัฐบาล และไม่มีมูลความจริงตามที่กล่าวอ้าง พร้อมทั้งเชื่อว่า ป.ป.ช. จะพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบและยุติธรรม
ความเห็นจากนักวิชาการ
รศ.ดร.ธนพันธ์ ไล่ประกอบทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้นำประเทศ หาก ป.ป.ช. พบว่านายกรัฐมนตรีละเลยการให้ข้อมูลจริง ก็อาจส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารงาน และอาจเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในอนาคต
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
หาก ป.ป.ช. มีมติรับคำร้องและดำเนินการไต่สวน อาจนำไปสู่การถอดถอนนายกรัฐมนตรีตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาหลายเดือน และยังไม่แน่ชัดว่าคำร้องจะเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
พรรคก้าวไกลหวังว่าการยื่นคำร้องครั้งนี้จะช่วยสร้างบรรทัดฐานให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาลอย่างแท้จริง



