เชียงใหม่เร่งแก้ป้ายขนาดใหญ่บดบังภูมิทัศน์ ก่อนอิโคโมสตรวจ 3-8 ส.ค. 69
เชียงใหม่เร่งแก้ป้ายขนาดใหญ่บดบังภูมิทัศน์ ก่อนอิโคโมสตรวจ

คณะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าเชียงใหม่ ประชุมครั้งที่ 1/2569 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2569 โดยมีประเด็นสำคัญคือความก้าวหน้าการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมเชียงใหม่ และการแก้ไขปัญหาป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่อาจบดบังภูมิทัศน์เมืองเก่า ส่งผลต่อการประเมินของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) หรืออิโคโมส

ป้าย 3 จุดเสี่ยงกระทบภูมิทัศน์เมืองเก่า

นายศุภฤกษ์ ภาวิไล เลขานุการคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก และเลขาธิการสภาเมืองเจียงใหม่ กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมของเมืององค์ประกอบ 3 ส่วนที่ขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ได้แก่ วัด คูเมืองและกำแพงเมือง 8 แหล่ง มีความคืบหน้าร้อยละ 90 เหลือเพียงร้อยละ 10 ในการเก็บรายละเอียด เช่น ป้ายโฆษณาและการฉีดสเปรย์ตามอาคารในเขตเมืองเก่า ซึ่งอาจกระทบต่อผลประเมินของอิโคโมส

นายศุภฤกษ์ระบุถึงปัญหาป้ายโฆษณา 3 จุดที่ต้องเร่งแก้ไข ได้แก่ ป้ายโครงเหล็กโฆษณาบริเวณประตูช้างเผือก ป้ายแอลอีดีขนาดใหญ่บริเวณประตูเชียงใหม่ และป้ายโรงแรมบริเวณประตูท่าแพ ซึ่งอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์เมืองเชียงใหม่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อกังวลด้านกฎหมายและแนวทางแก้ไข

ตัวแทนเทศบาลนครเชียงใหม่ชี้แจงว่า ป้ายโฆษณาในเขตเมืองเก่ามีเทศบัญญัติปี 2557 ห้ามสร้างสูงเกิน 15 เมตร ยกเว้นป้ายบอกทางหรือสถานที่ เช่น บริเวณประตูท่าแพ ส่วนป้ายบริเวณประตูเชียงใหม่ซึ่งเป็นจอแอลอีดีมีความสูง 16 เมตร ได้รับการตรวจสอบแล้วว่ามีการเสียภาษีและก่อสร้างก่อนเทศบัญญัติประกาศปี 2557 เช่นเดียวกับป้ายโฆษณาบริเวณประตูช้างเผือกที่เสียภาษีตั้งแต่ปี 2554 สูง 14 เมตร และอีกป้ายสูง 12 เมตร สร้างก่อนเทศบัญญัติเช่นกัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ตัวแทนสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองแสดงความกังวลในข้อกฎหมายที่อาจรอดสิทธิ์เอกชน หากเอกชนปฏิบัติถูกต้อง ทางออกอาจต้องขอความร่วมมือกับภาคเอกชน ขณะที่ตัวแทนสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า จังหวัดได้ทำหนังสือถึงเทศบาลนครเชียงใหม่กรณีป้าย 3 จุดที่อาจส่งผลต่อการประเมินมรดกโลก แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ โดยก่อนหน้านี้ได้เชิญเอกชนเจ้าของป้ายบริเวณประตูเชียงใหม่มาหารือ ตัวแทนเจ้าของป้ายพร้อมปรับตามความเห็นของจังหวัด แต่ขอหารือกับฝ่ายบริหารก่อน

ข้อเสนอของคณะอนุกรรมการ

ข้อเสนออื่นๆ ของคณะอนุกรรมการฯ ได้แก่ การขอความร่วมมือระหว่างการลงตรวจของอิโคโมส และการยกเว้นค่าธรรมเนียมป้ายหากต้องงดโฆษณา นายบวรเวท รุ่งรุจี อดีตอธิบดีกรมศิลปากร และประธานคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้เสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกตั้งแต่ปี 2558 ตามมติคณะรัฐมนตรี ใช้เวลาเกือบ 10 ปี โดยตนเข้ามาดูแลเมื่อเดือนธันวาคม 2567 หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ถึงประเด็นการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ซึ่งแตกต่างจากอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพและภูพระบาทที่เป็นพื้นที่ปิดดูแลโดยกรมศิลปากร แต่เชียงใหม่เกี่ยวข้องกับคนที่อาศัยอยู่ หากจะนำเสนอต้องรื้อย้ายบางส่วน ถ้าไม่พร้อมเปลี่ยนแปลงก็ไม่ควรนำเสนอ จึงได้ลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานและวัดต่างๆ เพื่อผลักดันเป็นมรดกโลก

กระบวนการประเมินของอิโคโมส

นายบวรเวทกล่าวว่า ในรอบ 10 ปี เอกสารไม่ผ่านการประเมิน แต่เมื่อผ่านประเมินยูเนสโกปี 2568-2569 เอกสารมีความสมบูรณ์ตามมรดกโลก และส่งให้คณะกรรมการอิโคโมส ซึ่งเป็นองค์กรอิสระของนักอนุรักษ์ทั่วโลก โดยยูเนสโกเป็นเพียงฝ่ายเลขานุการ คณะอิโคโมสจะเลือกผู้ตรวจที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถาปนิกชาวบังกลาเทศ โดยจะลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 3-8 สิงหาคม 2569 เพื่อตรวจสอบและพูดคุยกับผู้มีส่วนร่วมทั้งหมด การขึ้นทะเบียนมรดกโลกยูเนสโกไม่ได้มาดูเอง ต้องการให้คนพื้นที่เห็นคุณค่าและดูแลเอง โดยมีกฎเกณฑ์สากลช่วยดูแล

นายบวรเวทย้ำว่า การเสนอมรดกโลกเชียงใหม่นำเสนอทั้งเมือง ขอบเขตต้องดูคูเมือง หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมองเห็นป้ายโฆษณา คณะอิโคโมสจะมาพักในเมืองเพื่อให้เห็นเมืองเชียงใหม่ในฐานะ "ประวัติศาสตร์มีชีวิต" โดยจะตรวจเยี่ยมเพียงครั้งเดียว และนำข้อมูลเข้าที่ประชุมพิจารณา ซึ่งมีผู้ร่วมพิจารณา 20 คน อีก 19 คนจะอ่านเอกสาร ส่วนผู้ที่มาตรวจที่เชียงใหม่เพียงคนเดียวจะตรวจสอบว่าตรงกับเอกสารหรือไม่ การลงตรวจจะดู 3 เรื่อง คือ ความจริงแท้ดั่งเดิม ความครบถ้วนสมบูรณ์ของเมืองเชียงใหม่ และการบริหารจัดการมีส่วนร่วมของชุมชน

ผลกระทบหากไม่ผ่านการประเมิน

นายบวรเวทกล่าวว่า ผู้แทนอิโคโมสที่ลงพื้นที่มีความสำคัญ เพราะจะเป็นคนตอบคำถามคณะกรรมการอีก 19 คน ซึ่งจะประชุมครั้งแรกในเดือนกันยายน 2569 และครั้งที่สองในเดือนธันวาคม 2569 อาจขอข้อมูลเพิ่มเติมทั้งวาจาหรือเอกสาร หลังจากนั้นประชุมครั้งที่สามเพื่อลงมติว่าสมควรเป็นมรดกโลกหรือไม่ โดยจะแจ้งผลประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2570 ผลการพิจารณาแบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่ เห็นด้วยประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก ต้องทำเอกสารเพิ่มเติม (เสียเวลา 1-3 ปี) เอกสารผ่านการพิจารณาแต่ไม่ครบสมบูรณ์ต้องทำใหม่ทั้งฉบับ หรือแหล่งมรดกนี้ไม่ต้องเสนออีกเพราะไม่มีศักยภาพ นายบวรเวทระบุว่า นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่คนเชียงใหม่จะไม่ต้องเหนื่อยอีก เพราะหากกลับไปเริ่มใหม่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี

คำสั่งเร่งด่วนให้เทศบาลนครเชียงใหม่

นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานที่ประชุม แจ้งให้เทศบาลนครเชียงใหม่แจ้งความคืบหน้าให้คณะอนุกรรมการฯ ทราบภายใน 5 วัน เนื่องจากเหลือเวลาเพียง 30 วันก่อนที่คณะอิโคโมสจะลงตรวจมรดกโลกเชียงใหม่