สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO จัดสัมมนา EEC Sectoral Deep Dive Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ "Food Industry" เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต โอกาสการลงทุน และการพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทยและพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหาร นวัตกรรม และการผลิตที่ยั่งยืน
มูลค่าการลงทุนกว่า 75,000 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพ EEC
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย โดยในช่วงปี 2561–2568 ที่ผ่านมา มีมูลค่าการลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าวในพื้นที่ EEC สูงกว่า 75,000 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพของพื้นที่ EEC ในฐานะฐานการผลิตและศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานอาหารที่เชื่อมโยงการผลิต การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการส่งออกสู่ตลาดโลก
รองรับการลงทุนในอาหารแห่งอนาคตและเกษตรอัจฉริยะ
นายจุฬากล่าวว่า EEC พร้อมรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต ทั้งด้านอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารฟังก์ชัน เทคโนโลยีอาหาร และนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคเกษตรและอุตสาหกรรมไทย จากทิศทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังก้าวสู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน นวัตกรรม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารต้องเร่งปรับตัวสู่การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น
EECO พร้อมขับเคลื่อนผลักดันเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ผ่านการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตและเกษตรอัจฉริยะ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
โครงสร้างพื้นฐานและนโยบายดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก
นายชลจิต วรวังโส วีรกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ EECO กล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจและโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารของพื้นที่ EEC พร้อมฉายภาพศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูงของภูมิภาค โดยชี้ให้เห็นว่า ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ ฐานการผลิตที่เข้มแข็ง และนโยบายส่งเสริมการลงทุนของ EEC จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนด้านอาหารแห่งอนาคตและนวัตกรรมอาหารจากทั่วโลก



