ก้าวไกลยื่นซักฟอกนายกฯ เศรษฐา ปมแต่งตั้ง‘พิชิต’
ก้าวไกลยื่นซักฟอกนายกฯ เศรษฐา ปมแต่งตั้งพิชิต

พรรคก้าวไกลเดินหน้ายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน โดยมีประเด็นหลักคือการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคฝ่ายค้านมองว่าขัดต่อหลักจริยธรรมอย่างร้ายแรง

รายละเอียดญัตติอภิปราย

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยื่นญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 โดยระบุว่านายกฯ เศรษฐาละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการเสนอชื่อนายพิชิต ซึ่งเคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญามาก่อน ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

“การแต่งตั้งบุคคลที่เคยถูกตัดสินว่ากระทำผิดอาญา โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับความซื่อสัตย์สุจริต ย่อมสะท้อนถึงการขาดความรอบคอบและไม่คำนึงถึงมาตรฐานจริยธรรมของคณะรัฐมนตรี” นายชัยธวัธกล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อกล่าวหาและหลักฐาน

ฝ่ายค้านชี้ว่านายพิชิตเคยถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 6 เดือน ในคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือ แม้ต่อมาจะได้รับการอภัยโทษ แต่การมีประวัติอาชญากรรมย่อมขัดต่อคุณสมบัติของรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160

พรรคก้าวไกลยังอ้างถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2567 ซึ่งระบุว่าการแต่งตั้งผู้ที่มีพฤติกรรมต้องห้ามทางจริยธรรมอาจทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้นายกฯ ยังคงยืนยันว่านายพิชิตมีคุณสมบัติครบถ้วน

ปฏิกิริยาจากฝ่ายรัฐบาล

นายเศรษฐากล่าวต่อสื่อมวลชนว่า “การแต่งตั้งนายพิชิตเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ และท่านผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว” พร้อมย้ำว่ารัฐบาลพร้อมชี้แจงในสภาหากมีการอภิปราย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ด้านนายพิชิตเองปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าคดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีส่วนตัวและไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ พร้อมยืนยันว่าพร้อมทำงานเพื่อประชาชน

กำหนดการอภิปราย

คาดว่าญัตติจะถูกบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมสภาในสัปดาห์หน้า โดยฝ่ายค้านต้องการใช้เวลาอภิปราย 2 วัน ก่อนลงมติ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอาจขอเลื่อนออกไปเนื่องจากติดภารกิจสำคัญ

หากญัตติผ่านความเห็นชอบจากสภา จะต้องใช้เสียงกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา (250 เสียง) จึงจะทำให้นายกฯ พ้นจากตำแหน่งได้ ซึ่งในปัจจุบันฝ่ายรัฐบาลมีเสียงข้างมาก ทำให้โอกาสสำเร็จของฝ่ายค้านค่อนข้างน้อย

ผลกระทบทางการเมือง

การยื่นญัตติครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน สะท้อนความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ทวีความรุนแรงขึ้น นักวิชาการมองว่าการอภิปรายอาจเป็นเวทีให้ฝ่ายค้านโจมตีรัฐบาลในประเด็นจริยธรรม ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังคงเดินหน้านโยบายหลัก โดยเฉพาะโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา