คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อเนื่อง ในการประชุมครั้งล่าสุด โดยระบุว่าเศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวไม่เต็มที่ และมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออก
รายละเอียดการประชุมกนง.
การประชุมกนง. เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2568 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อปี ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่คงไว้ในการประชุมครั้งก่อน โดยกรรมการทั้งหมด 4 คน เห็นพ้องให้คงอัตราดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบาง
นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการกนง. เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2568 ขยายตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน
ปัจจัยที่กนง. พิจารณา
กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวและบริการที่ยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด-19 ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลงจากภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 89.6% ของ GDP
นอกจากนี้ กนง. ยังกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่อาจปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุนพลังงานและอาหาร แต่คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะยังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 1-3%
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน
การคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากยังทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้ภาระหนี้ของประชาชนและธุรกิจยังไม่ลดลง โดยเฉพาะหนี้บ้านและหนี้รถยนต์
อย่างไรก็ตาม กนง. มองว่าการคงดอกเบี้ยจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะยาว และลดความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้น
มุมมองต่อเศรษฐกิจโลก
กนง. ระบุว่าเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่มีนโยบายการค้าที่เข้มงวดขึ้น และจีนที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยที่หดตัว 2.3% ในไตรมาสแรกของปี 2568
นอกจากนี้ กนง. ยังจับตาสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจกระทบราคาพลังงานและต้นทุนการผลิต
แนวโน้มดอกเบี้ยในอนาคต
กนง. ส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจยังคงอยู่ในระดับปัจจุบันต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยคาดว่า GDP ปี 2568 จะขยายตัว 2.7% และปี 2569 ขยายตัว 3.0%
ทั้งนี้ กนง. พร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะหากเงินเฟ้อสูงเกินกรอบเป้าหมาย หรือเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรงกว่าคาด



