นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งประชาชน และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าช่วยเหลือน้ำท่วม
นายอนุทินกล่าวว่า ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (Forward Command Center) ในพื้นที่ประสบภัยเพื่อประสานงานและบริหารจัดการการช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนัก เช่น เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย และนครสวรรค์ รวมถึงหลายจังหวัดในภาคอีสาน เช่น ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี
“รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เราสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานในสังกัดระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล และเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง” นายอนุทินกล่าว
ตัวเลขผู้ประสบภัยและความเสียหาย
จากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2567 มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรวม 12 จังหวัด แบ่งเป็นภาคเหนือ 8 จังหวัด และภาคอีสาน 4 จังหวัด มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 150,000 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 200,000 ไร่ ถนนหลายสายถูกตัดขาด และบ้านเรือนเสียหายบางส่วนกว่า 1,000 หลัง
นายอนุทินกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราได้จัดส่งถุงยังชีพกว่า 50,000 ชุด เครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค และน้ำดื่มสะอาดไปยังพื้นที่ประสบภัยแล้ว ขณะเดียวกันก็ประสานกับกองทัพและหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อเร่งระบายน้ำและซ่อมแซมเส้นทางคมนาคมที่เสียหาย”
แผนระยะยาวป้องกันน้ำท่วม
นอกจากการช่วยเหลือระยะสั้น รัฐบาลยังมีแผนระยะยาวในการป้องกันและบรรเทาปัญหาน้ำท่วม โดยนายอนุทินระบุว่า ได้สั่งการให้กรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เร่งปรับปรุงระบบชลประทานและแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะการขุดลอกคลองและลำน้ำสาขาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
“เราต้องเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้เพื่อปรับปรุงระบบเตือนภัยและวางแผนบริหารจัดการน้ำให้ดีขึ้น ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำซากในอนาคต” นายอนุทินกล่าวทิ้งท้าย



