นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เปิดเผยว่า รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการกู้เงิน 5 แสนล้านบาทเพื่อใช้ในโครงการดังกล่าวไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยรัฐบาลจะเสนอร่างพระราชบัญญัติกู้เงินเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้าเพื่อขออนุมัติ
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง วินิจฉัยว่าการกู้เงินตาม พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 140 และมาตรา 169 เนื่องจากเป็นการกู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งรัฐธรรมนูญอนุญาตให้กระทำได้ โดยไม่ถือเป็นการกระทำที่ต้องห้ามตามกฎหมาย
รายละเอียดโครงการดิจิทัลวอลเล็ต
โครงการดิจิทัลวอลเล็ตเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล โดยจะแจกเงิน 10,000 บาทให้แก่ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ จำนวนประมาณ 50 ล้านคน วงเงินรวม 5 แสนล้านบาท โดยมีเงื่อนไขการใช้จ่ายภายใน 6 เดือน เฉพาะร้านค้าที่ลงทะเบียนในพื้นที่อำเภอที่ระบุไว้ในทะเบียนบ้าน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
ปฏิกิริยาจากฝ่ายค้าน
ฝ่ายค้านยังคงวิพากษ์วิจารณ์โครงการดังกล่าว โดยระบุว่าการกู้เงินจำนวนมากอาจสร้างภาระหนี้สาธารณะในระยะยาว และเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดแหล่งที่มาของเงินและผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินโครงการและการป้องกันการทุจริต
กำหนดการดำเนินการ
นายกรัฐมนตรีระบุว่า หลังจาก ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.บ.กู้เงินแล้ว จะส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา คาดว่าจะเริ่มแจกเงินได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2568 โดยประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ



