ศาลฎีกามีคำพิพากษาในคดีที่ข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (สำนักพุทธฯ) ยื่นฟ้องต่อคำสั่งย้ายให้ไปดำรงตำแหน่งอื่น โดยศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และให้กลับไปดำรงตำแหน่งเดิมพร้อมกับได้รับสิทธิประโยชน์ที่สูญเสียไป
รายละเอียดคดี
คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อปี 2562 สำนักพุทธฯ มีคำสั่งย้ายนางสาวเอ (นามสมมติ) จากตำแหน่งนักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ ไปดำรงตำแหน่งนักวิชาการศาสนาชำนาญการ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต่ำกว่า ส่งผลให้เงินเดือนและสิทธิประโยชน์ลดลง
นางสาวเอ จึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งย้าย แต่สำนักพุทธฯ อุทธรณ์ คดีจึงขึ้นสู่ศาลฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกา
ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำสั่งย้ายดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ไม่เป็นธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และไม่มีเหตุผลอันสมควรในการย้ายข้าราชการผู้นี้
นอกจากนี้ ศาลยังชี้ให้เห็นว่าการย้ายครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อสิทธิและประโยชน์ของข้าราชการอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดเงินเดือนและตำแหน่ง ซึ่งเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ
ผลของคำพิพากษา
ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งย้ายดังกล่าว และให้สำนักพุทธฯ รับนางสาวเอกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิม พร้อมกับจ่ายเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ที่ขาดหายไปทั้งหมดนับตั้งแต่วันที่ถูกย้าย
คำพิพากษานี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของข้าราชการ และเป็นการตอกย้ำว่าหน่วยงานของรัฐจะต้องดำเนินการทางปกครองอย่างเป็นธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย



