จับกุมหนุ่มหื่นข่มขืนสาวพิการทางสมอง ตร.เร่งขยายผล
จับกุมหนุ่มหื่นข่มขืนสาวพิการทางสมอง ตร.เร่งขยายผล

ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาแถลงข่าวการจับกุมนายสมศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาคดีข่มขืนกระทำชำเราหญิงพิการทางสมองวัย 26 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

รายละเอียดคดี

ผู้เสียหายเป็นหญิงพิการทางสมองระดับปานกลาง อาศัยอยู่กับมารดาในชุมชนแห่งหนึ่งในพัทยา จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม เวลาประมาณ 21.00 น. ผู้ต้องหาได้ล่อลวงผู้เสียหายออกจากบ้าน โดยอ้างว่าจะพาไปซื้อขนม ก่อนจะพาไปยังบ้านร้างใกล้เคียงและลงมือข่มขืน หลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้ข่มขู่ไม่ให้แจ้งความ

ต่อมามารดาของผู้เสียหายสังเกตว่าลูกสาวมีอาการผิดปกติ หวาดกลัว และมีร่องรอยการถูกทำร้าย จึงสอบถามจนทราบความจริงและพาไปแจ้งความที่สภ.เมืองพัทยาเมื่อวันที่ 14 มกราคม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การจับกุม

พ.ต.อ.ธนากร จินดาวงศ์ ผู้กำกับการสภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า หลังจากรับแจ้งความ ตำรวจชุดสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกติดตามผู้ต้องหา จนสามารถจับกุมนายสมศักดิ์ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ตำบลนาเกลือ เมื่อวันที่ 16 มกราคม เวลาประมาณ 06.00 น. โดยไม่มีเหตุการณ์ต่อต้าน

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าขณะเกิดเหตุมีอาการมึนเมาจากการดื่มสุรา และไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อเห็นผู้เสียหายเดินอยู่คนเดียวจึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมล่อลวงอย่างมีแบบแผน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ขยายผลคดี

พ.ต.อ.ธนากรกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังสืบสวนขยายผลว่าผู้ต้องหาอาจก่อเหตุลักษณะนี้กับผู้เสียหายรายอื่นอีกหรือไม่ โดยเฉพาะในกลุ่มหญิงพิการหรือหญิงที่อ่อนแอ ซึ่งอาจมีผู้เสียหายที่ยังไม่กล้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ฝากประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อหรือมีเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สภ.เมืองพัทยา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา "ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้เสียหายเป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน" ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคสาม ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี และปรับ 80,000 ถึง 400,000 บาท

สภาพจิตใจผู้เสียหาย

ด้านนักจิตวิทยาจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรีเข้าดูแลผู้เสียหายและครอบครัวเบื้องต้นแล้ว โดยผู้เสียหายยังมีอาการหวาดกลัวและต้องได้รับการฟื้นฟูสภาพจิตใจอย่างต่อเนื่อง มารดาของผู้เสียหายกล่าวว่า อยากให้คดีนี้เป็นบทเรียนแก่สังคม และขอให้ลงโทษผู้กระทำผิดหนักที่สุด

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมต่อผู้พิการซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางในสังคม ที่มักตกเป็นเหยื่อได้ง่ายเนื่องจากข้อจำกัดทางร่างกายและสติปัญญา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียกร้องให้ชุมชนช่วยกันสอดส่องดูแล และแจ้งเบาะแสหากพบพฤติกรรมน่าสงสัย