กองทุนวายุภักษ์มีแผนเพิ่มสัดส่วนหุ้นไทยรับนโยบายรัฐ
กองทุนวายุภักษ์เพิ่มสัดส่วนหุ้นไทยรับนโยบายรัฐ

กองทุนวายุภักษ์มีแผนเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนและสนับสนุนตลาดทุนไทยให้แข็งแกร่ง โดยนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการกองทุนวายุภักษ์ เปิดเผยว่า กองทุนจะปรับพอร์ตการลงทุนให้มีสัดส่วนหุ้นไทยเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันราว 10% เป็น 15-20% ภายในปี 2568

แผนการเพิ่มสัดส่วนหุ้นไทย

การเพิ่มสัดส่วนหุ้นไทยครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้กองทุนวายุภักษ์มีบทบาทในการสนับสนุนตลาดทุนไทยมากขึ้น โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดีและมีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว เช่น หุ้นในกลุ่มพลังงาน การเงิน และเทคโนโลยี

นายจรัมพรกล่าวว่า "เราจะเพิ่มสัดส่วนหุ้นไทยจาก 10% เป็น 15-20% ภายในปี 2568 โดยจะลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กองทุนในระยะยาว"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อตลาดทุนไทย

การเพิ่มสัดส่วนลงทุนของกองทุนวายุภักษ์คาดว่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจากกองทุนมีขนาดใหญ่ โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 1 ล้านล้านบาท การเพิ่มสัดส่วนลงทุน 5-10% จะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยประมาณ 5-1 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

นอกจากนี้ กองทุนวายุภักษ์ยังมีแผนลงทุนในตราสารหนี้ไทยเพิ่มขึ้น เพื่อสนับสนุนการระดมทุนของภาครัฐและเอกชน โดยจะเพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ไทยจาก 30% เป็น 35% ภายในปี 2568

เป้าหมายการลงทุนระยะยาว

กองทุนวายุภักษ์มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 7-8% ต่อปีในระยะยาว โดยการปรับพอร์ตการลงทุนครั้งนี้จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายจรัมพรกล่าวเสริมว่า "เรามั่นใจว่าการเพิ่มสัดส่วนหุ้นไทยจะช่วยให้กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ขณะเดียวกันก็สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย"

นโยบายรัฐสนับสนุน

รัฐบาลได้ออกนโยบายสนับสนุนการลงทุนของกองทุนวายุภักษ์ โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและลดข้อจำกัดในการลงทุน เพื่อให้กองทุนสามารถบริหารพอร์ตได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

การปรับพอร์ตครั้งนี้ยังสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่ต้องการให้ตลาดทุนไทยเป็นแหล่งระดมทุนที่สำคัญสำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs และสตาร์ทอัพ