ตลาดหุ้นไทยวันที่ 3 เมษายน 2568 ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงกว่า 40 จุด หลังจากสหรัฐอเมริกาประกาศนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกในอัตรา 10% ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงตามกัน โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดที่ระดับ 1,168.83 จุด ลดลง 43.11 จุด หรือคิดเป็น 3.56% มูลค่าการซื้อขายรวมสูงถึง 1.7 แสนล้านบาท สะท้อนถึงแรงขายที่หนาแน่นจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ปัจจัยกระทบจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การปรับลดลงของตลาดหุ้นไทยในวันนี้เป็นผลจากนโยบายภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกของสหรัฐฯ ที่ประกาศขึ้น 10% ซึ่งสร้างความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการส่งออก รวมถึงไทยที่สัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐฯ คิดเป็นประมาณ 15% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด
แรงขายกระจายทุกกลุ่มอุตสาหกรรม
แรงขายเกิดขึ้นในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มส่งออกและพลังงานที่ได้รับผลกระทบโดยตรง อาทิ หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และสินค้าเกษตรแปรรูป นอกจากนี้ ยังมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติที่ถอนเงินทุนออกจากตลาดหุ้นไทยกว่า 2.5 หมื่นล้านบาทในวันเดียว ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงแตะระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มตลาดในระยะสั้น
นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่องในระยะสั้น เนื่องจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลกอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่นักลงทุนรอติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐไทยเพื่อบรรเทาผลกระทบ โดยเฉพาะการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ และมาตรการดูแลค่าเงินบาท



