เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 พล.ต.ต.นนทวิทย์ แก้วกระจาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิพัฒน์ พันธุ์สุริยวงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวนายณัฐวุฒิ หรือบอย อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและปิดบังซ่อนเร้นศพ หลังจากก่อเหตุฆ่านางสาวเจนจิรา (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี แฟนสาวของตนเอง แล้วนำศพไปฝังดินบริเวณป่าช้าบ้านโนนม่วง ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
ลำดับเหตุการณ์คดีฆ่าหมกศพสุดสยอง
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้แจ้งความต่อตำรวจว่าผู้เสียชีวิตหายตัวไปอย่างผิดปกติ หลังจากที่ออกจากบ้านเพื่อไปพบกับนายณัฐวุฒิ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนพบว่านายณัฐวุฒิมีพิรุธหลายประการ และในที่สุดสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่ตำบลบ้านทุ่ม เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2567
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายณัฐวุฒิให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุฆ่าแฟนสาวจริง โดยใช้มีดเป็นอาวุธ หลังจากเกิดการทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง เหตุจูงใจมาจากความไม่พอใจที่ฝ่ายหญิงมักจะดูถูกและพูดจาเหยียดหยามตนอยู่เสมอ รวมถึงการที่ฝ่ายหญิงต้องการเลิกความสัมพันธ์ ซึ่งทำให้ตนเกิดความโกรธแค้นจนลงมือก่อเหตุ
การค้นหาศพและหลักฐานสำคัญ
หลังจากการจับกุม นายณัฐวุฒิได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังจุดที่ฝังศพของผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่บริเวณป่าช้าบ้านโนนม่วง ห่างจากบ้านพักของผู้ต้องหาประมาณ 3 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ได้ขุดค้นพบศพของนางสาวเจนจิราอยู่ในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว และมีร่องรอยถูกทำร้ายตามร่างกายหลายแห่ง เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดของกลางหลายรายการจากบ้านพักของผู้ต้องหา ประกอบด้วย มีดที่ใช้ก่อเหตุ 1 เล่ม เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ และโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต ซึ่งใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี
ข้อกล่าวหาและอัตราโทษ
พ.ต.อ.ภูมิพัฒน์ พันธุ์สุริยวงศ์ เปิดเผยว่า นายณัฐวุฒิถูกแจ้งข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" และ "ปิดบัง ซ่อนเร้น หรือทำลายศพ" ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต โดยขณะนี้ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม และจะส่งฟ้องศาลจังหวัดขอนแก่นภายใน 48 ชั่วโมงตามขั้นตอนของกฎหมาย
ผลกระทบต่อสังคมและมาตรการป้องกัน
คดีนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเยาวชนและครอบครัวที่ต้องเผชิญกับความรุนแรงในความสัมพันธ์ ทางตำรวจได้ฝากเตือนประชาชนว่า หากมีความขัดแย้งหรือปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ควรใช้วิธีปรึกษาหารือหรือขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สายด่วนสังคมสงเคราะห์ 1300 หรือศูนย์ช่วยเหลือเด็กและสตรีในภาวะวิกฤต มิฉะนั้นอาจนำไปสู่เหตุการณ์สูญเสียที่ไม่คาดคิดเช่นนี้
ด้านญาติของผู้เสียชีวิตได้แสดงความเสียใจต่อการจากไปของนางสาวเจนจิรา และขอให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการอย่างถึงที่สุด เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่สังคมไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก



