แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปลอมเป็นตำรวจหลอกสาววัย 28 สูญเงิน 6 แสนบาท
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปลอมเป็นตำรวจหลอกสาววัย 28 สูญเงิน 6 แสน

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้รับแจ้งความจากนางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี ว่า ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลอกให้โอนเงินรวมเป็นจำนวนกว่า 600,000 บาท

กลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

นางสาวเอ เล่าว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา เธอได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่ง自称เป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ แจ้งว่ามีพัสดุตกค้างที่ชื่อของเธอ และเมื่อเธอปฏิเสธว่าไม่ได้สั่งพัสดุ ชายคนนั้นก็แจ้งว่าอาจมีผู้อื่นนำบัตรประชาชนของเธอไปใช้เปิดบัญชีธนาคาร และจะโอนสายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตรวจสอบ

จากนั้นมีชายอีกคนหนึ่ง自称เป็นตำรวจยศร้อยตำรวจเอก แจ้งว่าเธอมีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงินของขบวนการค้ายาเสพติด และข่มขู่ว่าจะออกหมายจับหากไม่ยอมให้ความร่วมมือ โดยให้เธอโอนเงินไปยังบัญชีที่อ้างว่าเป็นบัญชีของดีเอสไอเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นางสาวเอ รู้สึกตกใจและกลัว จึงโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มรวม 4 ครั้ง เป็นเงิน 100,000 บาท, 200,000 บาท, 150,000 บาท และ 150,000 บาท ตามลำดับ รวมเป็นเงิน 600,000 บาท หลังจากนั้น ชายคนดังกล่าวยังโทรมาขอให้เธอโอนเงินเพิ่มอีก 200,000 บาท แต่เธอเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงโทรสอบถามไปยังดีเอสไอโดยตรง และพบว่าถูกหลอกลวง

การแจ้งความและดำเนินคดี

นางสาวเอ จึงเดินทางเข้าแจ้งความที่ บก.ปอท. โดยมีพนักงานสอบสวนรับเรื่องและประสานธนาคารเพื่ออายัดบัญชีปลายทาง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินและติดตามตัวผู้กระทำผิด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

จากข้อมูลของกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบว่าในช่วงปี 2566-2567 มีคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกิดขึ้นจำนวนมาก โดยเฉลี่ยมีผู้เสียหายวันละกว่า 100 ราย มูลค่าความเสียหายรวมหลายพันล้านบาท โดยรูปแบบการหลอกลวงมักอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจ ดีเอสไอ หรือสรรพากร เพื่อให้เหยื่อโอนเงิน

คำเตือนจากตำรวจ

พลตำรวจตรี ฐิติวัฒน์ ช่วยงาน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวน กล่าวว่า "ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อผู้ที่โทรศัพท์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะการขอให้โอนเงินหรือข้อมูลส่วนตัว หากมีข้อสงสัยให้โทรสอบถามหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรง หรือแจ้งสายด่วน 191 หรือ 1441"

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ประชาชนติดตั้งแอปพลิเคชัน "Police I Lert U" เพื่อรับข้อมูลข่าวสารและแจ้งเหตุออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

บทเรียนจากเหตุการณ์

นางสาวเอ ฝากถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อว่า "อย่าเชื่อใครง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องเงิน ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่จริงต้องมีหนังสือราชการมาให้ดู ไม่ใช่โทรศัพท์มาแล้วข่มขู่" เธอหวังว่าคดีนี้จะเป็นบทเรียนให้ผู้อื่นไม่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีก