แอปเปิล (Apple) เปิดตัว iPhone 16e สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในกลุ่มราคาประหยัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 17,900 บาท สำหรับรุ่นความจุ 128GB และสูงสุดที่ 25,900 บาท สำหรับรุ่นความจุ 512GB ถือเป็นรุ่นที่ถูกที่สุดในซีรีส์ iPhone 16 ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้
สเปกและฟีเจอร์เด่นของ iPhone 16e
iPhone 16e มาพร้อมชิป A18 Bionic ซึ่งเป็นชิปรุ่นเดียวกับที่ใช้ใน iPhone 16 และ iPhone 16 Plus แต่มีการปรับแต่งให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น ตัวเครื่องมีหน้าจอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 2532x1170 พิกเซล รองรับ HDR10 และ Dolby Vision กล้องหลังมีความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล (OIS) และสามารถซูมดิจิทัลได้สูงสุด 10 เท่า กล้องหน้ามีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รองรับ Face ID
นอกจากนี้ iPhone 16e ยังรองรับเครือข่าย 5G, Wi-Fi 6E, Bluetooth 5.3 และมีพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จและถ่ายโอนข้อมูล แบตเตอรี่มีขนาด 3,279 mAh รองรับการชาร์จเร็วแบบมีสายสูงสุด 20W และชาร์จไร้สาย MagSafe สูงสุด 15W ตัวเครื่องมีน้ำหนัก 171 กรัม และมีความหนา 7.8 มิลลิเมตร
ราคาและวันวางจำหน่าย
iPhone 16e มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว และสีฟ้า ราคาจำหน่ายในประเทศไทยมีดังนี้: รุ่น 128GB ราคา 17,900 บาท, รุ่น 256GB ราคา 20,900 บาท และรุ่น 512GB ราคา 25,900 บาท เริ่มเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ผ่านทางเว็บไซต์ Apple Store และตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต
ตามรายงานของสำนักข่าว PPTVHD36 ระบุว่า iPhone 16e ถูกออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ โดยยังคงฟีเจอร์สำคัญไว้ครบถ้วน
การตอบรับจากตลาด
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า iPhone 16e จะช่วยเพิ่มยอดขายของแอปเปิลในตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา อย่างไรก็ตาม iPhone 16e ยังขาดฟีเจอร์บางอย่างที่พบในรุ่นพี่ เช่น กล้องเทเลโฟโต้ และจอ ProMotion 120Hz แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา



